วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569

🤝 โก โฮลเซลล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จัดประชุมพันธมิตร ผนึกกำลังท่ามกลางความท้าทาย เน้นย้ำพันธกิจ “เติบโตไปด้วยกัน Grow Together”

โก โฮลเซลล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จัดประชุมพันธมิตร ผนึกกำลังท่ามกลางความท้าทาย 
เน้นย้ำพันธกิจ “เติบโตไปด้วยกัน Grow Together”
โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารที่มีความสดใหม่ตลอดเวลา เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จัดงาน Supplier Conference ภายใต้คอนเซ็ปต์ Building Tomorrow’s Wholesale เชิญพันธมิตรทุกกลุ่มสินค้าทั้ง อาหารสด ผัก ผลไม้ อาหารแห้ง เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภค ฯลฯ กว่า 1,200 คน สานความสัมพันธ์แน่นแฟ้น พร้อมรับฟังวิสัยทัศน์และแนวทางความร่วมมือประจำปี 2569 จาก มร.ริคาร์โด้ เบารอตโต้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจเซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์, นางซันนี่ ซิดิค รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริหารสินค้าธุรกิจค้าส่ง และนางสาวสุทธินี เหล่าเราวิโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายซัพพลายเชน  พร้อมสร้างความเชื่อมั่น ในการสร้างระบบนิเวศน์ที่แข็งแกร่ง เติบโตไปพร้อมกัน ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความท้าทายอย่างยิ่ง โดยมีคณะผู้บริหารของ โก โฮลเซลล์ อาทิ นายจิระศักดิ์ จิราธิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานการตลาด ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น 
#GOWHOLESALE #GOAlwaysFreshForward #GOสดใหม่ตลอดเวลาเพื่อคุณ #GOสดครบคุ้ม #Shohuay GO Plus

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569

📢 สยามคูโบต้า เปิดเวที “KUBOTA Farmer Academy: Next Level” อัปสกิลเกษตรกรนิวเจน สู่การทำเกษตรแบบมืออาชีพ
กรุงเทพฯ 18 มีนาคม 2569 - บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดตัว “KUBOTA Farmer Academy : Next Level” หนุนคนรุ่นใหม่ก้าวสู่เส้นทางเกษตร เสริมความรู้ด้านการทำเกษตรสมัยใหม่ผ่านโครงการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรยุคใหม่ ด้วยหลักสูตรที่ผสานเทคโนโลยี AgriTech และแนวคิด Smart Farming เพื่อยกระดับเกษตรกรไทยให้สามารถวางแผนและบริหารจัดการฟาร์มอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาธุรกิจเกษตร และร่วมขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

โดยโครงการ “KUBOTA Farmer Academy : Next Level” เปิดโอกาสให้คนทำงานประจำที่สนใจต่อยอดสู่อาชีพเกษตรกรรม เกษตรกรรุ่นใหม่ที่ต้องการพัฒนาฟาร์มของตนเอง ตลอดจนผู้ที่สนใจเทคโนโลยีการเกษตร ที่มีอายุระหว่าง 30 – 55 ปี สมัครเข้าร่วมโครงการผ่านการกรอกใบสมัครออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก Siam Kubota โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์ของโครงการทั้งหมด 30 คน จะได้เข้าร่วมเรียนรู้หลักสูตรเข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญและเกษตรกรต้นแบบ ตลอดจนพัฒนาทักษะการวางแผนฟาร์ม การออกแบบโมเดลรายได้เฉพาะบุคคล และเทคนิคการเลือกพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อยกระดับการทำเกษตรสู่การบริหารจัดการฟาร์มอย่างมืออาชีพ พร้อมสัมผัสนวัตกรรมเกษตรครบวงจรในพื้นที่ฟาร์มสร้างประสบการณ์เกษตรสมัยใหม่โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 18 – 20 มิถุนายน 2569 ณ คูโบต้าฟาร์ม จังหวัดชลบุรี

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถส่งใบสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมและกรอกใบสมัครเข้าร่วมหลักสูตรได้ทางเฟซบุ๊ก Siam Kubota และ Kubota Farmer Academy

###

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569

"สยามคูโบต้า"

สยามคูโบต้า เร่งเครื่องสู่ Global Major Brand ดันไทยขึ้นแท่นฮับโซลูชันการเกษตรแห่งอาเซียน
กรุงเทพฯ 16 มีนาคม 2569 – บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด นำโดย นายคาซึโนริ ทานิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (กลาง) นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส (ซ้าย) และ นายปุณนะ วงศ์ธนาศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย การตลาดและบริการ (ขวา) ประกาศแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 สู่การเป็น “Global Major Brand” ผ่านการผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางโซลูชันการเกษตรครบวงจรแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมยกระดับเกษตรกรรุ่นใหม่ ตลอดจนเตรียมเปิดตัวนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรแห่งอนาคต กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้
###

หมายเหตุถึงกองบรรณาธิการ: บุคคลในภาพข่าวเรียงจากซ้ายไปขวา
1. นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด
2. นายคาซึโนริ ทานิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด
3. นายปุณนะ วงศ์ธนาศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย ตลาดและบริการ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด

วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

🌾 ต้นแบบการทำนาประณีต สู่ตลาดเฉพาะกลุ่ม กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงนาสะอาด กำแพงเพชร
ท่ามกลางภาวะความผันผวนของราคาข้าวที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรไทย กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงนาสะอาด อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร ได้สร้างโมเดลใหม่ให้วงการข้าวไทย โดยยกระดับศักยภาพภาคการผลิตปรับเปลี่ยนจากระบบการผลิตแบบดั้งเดิม สู่การทำนามูลค่าสูงแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิตที่มีความแม่นยำ การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต ตลอดจนการพัฒนาช่องทางและกลยุทธ์ทางการตลาด ภายใต้การสนับสนุนและกำกับดูแลเชิงวิชาการ จากกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นาประณีตแบบแม่นยำ ลดเคมี ฟื้นธรรมชาติ นายทฤษฏี เพชรมะลิ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงนาสะอาด ตำบลหนองไม้กอง อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร เปิดเผยว่า เกษตรกรในกลุ่มใช้ระบบ “นาประณีตแบบแม่นยำ” เน้นการปักดำทุกแปลง และควบคุมวัชพืชด้วยระดับน้ำ เพื่อลดการใช้สารเคมี พร้อมฟื้นฟูระบบนิเวศและสร้างความปลอดภัยต่อผู้บริโภค
โดยกรมการข้าวทำหน้าที่เป็นหน่วยงานพี่เลี้ยงในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตข้าวอินทรีย์ ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้เป็นไปตามหลัก “ซื่อสัตย์ ยุติธรรม สะอาด และปลอดภัย” ส่งผลให้กลุ่มสามารถยกระดับมาตรฐานการผลิต จนก้าวสู่การเป็นแหล่งผลิตข้าวโภชนาการสูงที่สำคัญของจังหวัดกำแพงเพชร โดยเฉพาะพันธุ์ “ข้าวทับทิมชุมแพ” และ “ข้าวมะลินิลสุรินทร์”
 
รวมพลังเกษตรกร สร้างความเข้มแข็งจากภายใน ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิกประมาณ 66 คน มีการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีในโครงการนาแปลงใหญ่ ซึ่งจุดเด่นสำคัญของกลุ่ม คือระบบบริหารจัดการที่เป็นธรรม โดยกลุ่มมีการประกันราคาข้าวให้สมาชิกในราคาสูง เพื่อกระตุ้นการรักษาคุณภาพ ส่งผลให้เกิดความเข้มแข็งและความร่วมมือในชุมชน เพิ่มมูลค่าข้าวไทย จากนา สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ด้าน นางวิทิตตา เพชรมะลิ ผู้ประสานงานด้านการตลาดของกลุ่ม ระบุว่า ความสำเร็จของกลุ่มเกิดจากการพัฒนาทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยเน้นมาตรฐานการผลิต เช่น โรงงานต้องผ่าน GMP เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสร้างงานให้กับชุมชนไปพร้อมกัน สำหรับด้านการตลาดทางกลุ่ม ให้ความสำคัญกับงานวิจัยที่ต้องออกมารองรับผลิตภัณฑ์ เพื่อยืนยันคุณค่าทางโภชนาการและความปลอดภัย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เด่น ได้แก่ ข้าวทับทิมชุมแพ ข้าวมะลินิลสุรินทร์ และน้ำมันรำข้าว ซึ่งตอบโจทย์ตลาดคนรักสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการอาหารฟังก์ชันนอลที่มีสารอาหารสูง นอกจากนี้ทางกลุ่มยังได้พัฒนาต่อยอดไปยังผลิตภัณฑ์อื่น อาทิ น้ำมันรำข้าวทับทิมชุมแพ น้ำมันรำข้าวมะลินิลสุรินทร์ สบู่สครับจากแกลบข้าวทับทิมชุมแพ และครีมกันแดดจากน้ำมันรำข้าว เป็นต้น 

โมเดลรอดวิกฤต ด้วยการแปรรูปและตลาดเฉพาะกลุ่ม แม้ว่ากลุ่มจะต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และภาวะความผันผวนทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา แต่กลุ่มยังคงสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง โดยมุ่งเน้นการแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า การพัฒนาตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ตลอดจนการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ การเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขายและงานแสดงสินค้า รวมทั้งการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
นางวิทิตตา ยังฝากถึงเกษตรกรว่า การเปิดรับการสนับสนุนจากภาครัฐ อาทิ กรมการข้าว เกษตรกรจำเป็นต้องพัฒนาตามขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรยกระดับจากการขายผลผลิตดิบ สู่การสร้างแบรนด์และรายได้ที่ยั่งยืน และหากท่านใดสนใจผลิตภัณฑ์ของทางกลุ่มสามารถติดต่อมาได้ที่ เพจวิสาหกิจชุมชน แปลงนาสะอาดจังหวัดกำแพงเพชร

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

🇹🇭🤝🇯🇵 กระทรวงพาณิชย์ ผนึกกำลังภาคเอกชนไทย–ญี่ปุ่น เยือน บ.สุริยนกรีนฟาร์ม นำร่องปลูกกล้วยหอมทองกว่า 100 ไร่ ที่ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ

🇹🇭🤝🇯🇵 กระทรวงพาณิชย์ ผนึกกำลังภาคเอกชนไทย–ญี่ปุ่น เยือน บ.สุริยนกรีนฟาร์ม นำร่องปลูกกล้วยหอมทองกว่า 100 ไร่ ที่ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ พร้อมสร้างล้งรวบรวมผลผลิตมาตรฐานส่งออก
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมการค้าภายใน ร่วมกับ คุณพิมใจ มัตสึโมโต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีแอนด์เอฟ เทคโน จำกัด  และ บริษัท Bay Commerce Co.,Ltd. 
ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าเกษตร จากเมืองโยโกฮามะ ประเทศญี่ปุ่น ลงพื้นที่ไปยัง บริษัท สุริยนกรีนฟาร์ม จำกัด อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ เพื่อดูความพร้อมแปลงปลูกกล้วยหอมทอง และจุดที่ใช้สำหรับรวบรวมผลผลิตเพื่อการส่งออก โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินคุณภาพผลผลิต มาตรฐานการเพาะปลูก และศักยภาพของเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดญี่ปุ่น ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัยทางอาหาร และระบบตรวจสอบย้อนกลับ
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมการค้าภายใน ยืนยันว่าจะเดินหน้าสนับสนุนการเชื่อมโยงตลาดทั้งใน และต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสมเกิดการรวมกลุ่มกันปลูก เพื่อให้ได้ปริมาณผลผลิตที่เพียงพอต่อรอบการจัดส่ง ตลอดจนผลักดันให้ผลผลิตทางการเกษตรมีมาตรฐาน ตรงตามที่ตลาดผู้รับซื้อต้องการ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่องต่อไป
คุณพิมใจ มัตสึโมโต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีแอนด์เอฟ เทคโน จำกัด ผู้ที่ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการจัดหากล้วยหอมทองจากเมืองไทยส่งไปญี่ปุ่นเพื่อให้ได้ตามโควต้าภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ปริมาณ 8,000 ตัน/ปี ซึ่งปัจจุบันยังคงทำได้เพียง 3,000 ตัน/ปี ยังขาดอีก 5,000 ตัน โดยคาดการณ์ว่าจะต้องรวบรวมผลผลิตส่งให้ครบเต็มจำนวนโควต้าภายในเดือนเมษายน ปี 2570 นี้
 ดังนั้นกรรมการผู้จัดการ บ.พีแอนด์เอฟ จึงได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าของการรวบรวม และคุณภาพของผลผลิตให้ตรงตามมาตรฐานการส่งออกอย่างใกล้ชิดของสมาชิกที่ได้เข้าร่วมโครงการ ในพื้นที่  อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา
กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมการค้าภายใน และคุณพิมใจ มัตสึโมโต พร้อมคณะได้เดินทางไปยัง บริษัท สุริยนกรีนฟาร์ม จำกัด อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายที่จะเป็นแหล่งผลิต และเป็นแหล่ง (ล้ง) รวบรวมผลผลิต พร้อมทั้งยังได้พบปะพูดคุยกับเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อให้รายละเอียดและหลักเกณฑ์ในการปลูกเพื่อส่งออก
ด้าน นายคาตาโอกะ ทาคายูกิ ตัวแทนจาก บริษัท Bay Commerce Co.,Ltd. ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าเกษตร จากเมืองโยโกฮามะ ประเทศญี่ปุ่น ที่ได้มีโอกาสเดินทางจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทยหลายครั้ง เพื่อดูแปลงปลูกกล้วยในพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น กล้วยหอมทอง กล้วยหอมเขียว และกล้วยไข่ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กล้วยหอมทองจากประเทศไทยเป็นที่นิยมสูงในตลาดญี่ปุ่น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการผลไม้เกรดพรีเมียม เนื่องจากมีกลิ่นหอม รสชาติหวาน และเนื้อเหนียวนุ่มเป็นเอกลักษณ์ แม้ญี่ปุ่นจะนำเข้ากล้วยกว่า 1 ล้านตันต่อปี แต่กล้วยไทยมีจุดเด่นเรื่องรสชาติที่ต่างจากสายพันธุ์ทั่วไป ทำให้เป็นสินค้าที่มีศักยภาพสูง และได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ดังนั้นการมาเยื่อนประเทศไทย และได้ลงแปลงดูกระบวนการผลิตตั้งแต่ปลูกไปจนถึงขั้นตอนการบบรจุพร้อมส่งนั้น ทำให้ได้เกิดความใกล้ชิดกับเกษตรกรมากยิ่งขึ้น และยังได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ สำหรับกระบวนการผลิตตั้งแต่การปลูกจนถึงขั้นตอนการจัดการผลผลิตที่พร้อมส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่นเพื่อให้ได้ตรงตามมารฐานอีกด้วย
นายภาสวิชญ์ ภูมิรัตนประพิณ หรือ ตะวัน เกษตรกรรุ่นใหม่วัย 27 ปี ผู้บริหาร บริษัท สุริยนกรีนฟาร์ม จำกัด และเจ้าของแปลงปลูกกล้วยหอมทองกว่า 100 ไร่ ซึ่งในอนาคตยังมีแผนที่จะขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าหมายการปลูกเชิงอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ เนื่องจากมีความพร้อมทั้งทางด้านพื้นที่ กำลังทุน เครื่องจักรกลทางการเกษตร และทีมดูแลที่มีประสบการณ์ในการทำเกษตร รวมไปถึงทีมวิศวกรที่จะดูแลเรื่องระบบน้ำ ระบบไฟ ตลอดจนระบบที่จำเป็นตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูกไปถึงกระบวนการคัดบรรจุเตรียมส่งออก 
“พื้นที่แปลงปลูกของเรามีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 300-500 เมตร สภาพดินเป็นดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี ไม่มีน้ำท่วมซ้ำซาก สภาพภูมิอากาศเหมาะสม นอกจากนี้เรายังขุดสระกักเก็บน้ำ (บ่อพักน้ำบาดาล) ไว้ใช้ภายในสวนอย่างเพียงพอ และระบบน้ำบาดาล-โซลาร์เซลล์คุณภาพหลายจุดพร้อมระบบไฟฟ้าพร้อมใช้งาน ถือได้ว่าเราค่อนข้างที่จะมีความพร้อมในทุกด้าน จึงตั้งใจที่จะลงมือทำนำร่องไปก่อน เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ที่แปลงปลูกกล้วยหอมของเรา เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการลงมือปลูก อีกหนึ่งสิ่งที่ทางเราเสริมความมั่นใจมากขึ้นคือ การสร้างล้งรวบรวมผลผลิต ซึ่งเป็นล้งที่สร้างขึ้นตามมารฐานของทางตลาดญี่ปุ่น เพราะเรามีความตั้งใจจะปลูกเพื่อส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นเราจึงพร้อมที่ปรับรูปแบบให้ตรงกับมาตรฐานของผู้ซื้อ”
นางสาวจริยา ภูมิรัตนประพิณ หรือ บุญนี่ หนึ่งในผู้บริหาร บริษัท สุริยนกรีนฟาร์ม จำกัด เผยว่านอกจากความพร้อมในด้านพื้นที่ และการจัดการแปลงปลูกรวมไปถึงล้งรวบรวมผลผลิต และตลาดรองรับผลผลิตอย่างการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นแล้ว ทางบริษัทฯ ยังได้มองไปถึงตลาดภายในประเทศเพื่อรองรับผลผลิตที่ตกเกรณ์การส่งออก รวมไปถึงการนำกล้วยหอมทองที่ตกเกรดมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งเป็นการเปิดตลาดอีกช่องทางหนึ่ง
“ตอนนี้เราได้นำกล้วยหอมทองที่ตกเกรดมาทดลองแปรรูปแบบต่าง ๆ ดูบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกล้วยหอมทองอบแห้ง กล้วยชุบช็อกโกแลต กล้วยหนึบอัลมอนด์ รวมไปถึงการออกแบบโลโก้ และบรรจุภัณฑ์ไว้ด้วย เราพยายามที่จะเพิ่มมูลค่า และกระจายผลผลิตทุกเกรดไปยังตลาดต่าง ๆ มากขึ้นโดยที่ไม่ได้พึ่งการส่งออกเพี่ยงอย่างเดียว”
อย่างไรก็ตามแม้ผู้บริโภค และตลาดญี่ปุ่นจะเปิดรับเพียงใด แต่ปัจจุบันประเทศไทยเรายังไม่สามารถผลิตกล้วยหอมทองเพื่อการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นได้เต็มจำนวนภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชนจึงได้ลงพื้นที่เพื่อเร่งส่งเสริมผลักดันในเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่เหมาะสมเกิดการร่วมกลุ่มและผลิต ทั้งนี้นอกจะช่วยรักษาโคต้าการส่งออกกล้วยหอมทองไปญี่ปุ่นแล้ว ยังเป็นการผลักดันสินค้าเกษตรไทยไปยังตลาดต่างประเทศด้วย./

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

🔊 มกอช. จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เตรียมจัดทำแผนปฏิบัติการดิจิทัลฉบับใหม่ ระยะ 5 ปี
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดทำแผนปฏิบัติการดิจิทัลของ มกอช. โดยมี นางกาญจนา แดงรุ่งเรือง รองเลขาธิการ มกอช. เป็นประธานกล่าวเปิดงาน  ณ โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น นาดา ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพมหานคร
รองเลขาธิการ มกอช. กล่าวว่า มกอช. ในฐานะหน่วยงานกลางด้านมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร มีภารกิจสำคัญในการกำหนด ตรวจสอบ รับรอง ควบคุม และส่งเสริมมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารของประเทศ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ รวมถึงการแก้ไขปัญหาทางการค้าเชิงเทคนิค เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าเกษตรและอาหารไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัตโนมัติ (Automation) และการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ตลอดจนการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการให้บริการภาครัฐให้ทันสมัย รวดเร็ว และตอบสนองต่อความต้องการของผู้ประกอบการและประชาชน
ทั้งนี้ การสัมมนาครั้งนี้มุ่งเปิดโอกาสให้บุคลากรจากทุกหน่วยงานได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ เพื่อจัดทำร่างแผนปฏิบัติการดิจิทัลฉบับใหม่ในระยะ 5 ปีข้างหน้า ให้มีความครอบคลุม เชื่อมโยงการทำงานอย่างเป็นระบบ และสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ อันจะนำไปสู่การยกระดับองค์กรสู่การเป็นหน่วยงานดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบต่อไป.

วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

เชิญร่วมงานสัมมนา HIGH-VALUE AGRI FUTURE : กาแฟ–โกโก้–วานิลลา พิชิตตลาดโลก
ครั้งนี้ยกระดับเนื้อหา “ลึกกว่า เข้มข้นกว่า” ทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงพูดถึงเทรนด์ แต่เจาะถึงหัวใจของการเพิ่มมูลค่า ตั้งแต่การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวระดับมืออาชีพ การพัฒนากาแฟสู่ Specialty Coffee การเข้าใจศาสตร์การหมักโกโก้ซึ่งกำหนดทั้งรสชาติและราคา ไปจนถึงกระบวนการบ่มวานิลลาอย่างถูกต้อง ที่สามารถต่อยอดสู่การเป็นผู้ประกอบการเต็มรูปแบบ
⭐️ ผู้ที่เคยร่วมงานมาก่อน ครั้งนี้ไม่ควรพลาด
🔴 ก้าวข้ามการปลูกแบบเดิม สู่การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวอย่างเป็นระบบ
🟢 ยกระดับกาแฟสู่มาตรฐาน Specialty
🟢 เจาะลึกกระบวนการหมักโกโก้ ตัวแปรสำคัญของคุณภาพ
🟢 เรียนรู้ศาสตร์การบ่มวานิลลา เพิ่มมูลค่าอย่างมืออาชีพ

ช่วงเช้า (10.30–12.00 น.) พบกิจกรรม “Taste ให้รู้ ดูให้ลึก” ภายใต้แนวคิด Sip-Scent & Connect เปิดประสาทสัมผัสผ่านการดม ชิม และประเมินคุณภาพวัตถุดิบจริง พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองกับวิทยากรอย่างใกล้ชิด

ช่วงบ่าย (13.00–17.00 น.) เข้าสู่สัมมนาแบบเจาะลึก ตอบทุก Pain Point ตั้งแต่ “ปลูกแล้วขายที่ไหน” ไปจนถึง “ทำอย่างไรให้ได้ราคาสูงและยั่งยืน” รวมคำตอบเชิงระบบครบในที่เดียว

📅 27 กุมภาพันธ์ 2569
⏰ 10.30–17.00 น.
📍 ห้องประชุมอาคารหนังสือพิมพ์ข่าวสด ถนนเทศบาลนิมิตใต้ หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
🚆 เดินทางสะดวก รถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีวัดเสมียนนารี

🎟 บัตรราคา 399 บาท
โทร. 02-589-0020 ต่อ 2335
Inbox เพจ “เทคโนโลยีชาวบ้าน”
ลงทะเบียน: https://forms.gle/GRUaaQhZquGDH51YA

สำหรับผู้ที่มองเห็นอนาคตเกษตรไทยไกลกว่าการขายผลผลิตดิบ งานนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนจาก “ผลผลิตในสวน” สู่ “มูลค่าทางธุรกิจ” อย่างแท้จริง

#HIGHVALUEAGRIFUTURE2026 #เกษตรมูลค่าสูง #พืชมูลค่าสูง #กาแฟ #โกโก้ #วานิลลา #พลิกโฉมเกษตรกรไทย #เกษตรยุคใหม่ #สัมมนาการเกษตร

🤝 โก โฮลเซลล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จัดประชุมพันธมิตร ผนึกกำลังท่ามกลางความท้าทาย เน้นย้ำพันธกิจ “เติบโตไปด้วยกัน Grow Together”

โก โฮลเซลล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จัดประชุมพันธมิตร ผนึกกำลังท่ามกลางความท้าทาย  เน้นย้ำพันธกิจ “เติบโตไปด้วยกัน Grow Together” ...