วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

Pool Villa by the sky cozy

บ้านพัก VIP เขาใหญ่ Pool Villa by the sky cozy💦 พื้นที่ส่วนตัวในพื้นที่กว่า 1 ไร่ บรรยากาศดี ติดภูเขา ระเบียงชมวิว อากาศเย็นสบายตลอดวัน สนามหญ้าพร้อมสวนสวย ชมต้นเบาบับขนาดใหญ่อันดับต้นๆของประเทศไทย
🏡3 ห้องนอน🚽5 ห้องน้ำ
ห้องนอนคนขับรถ 1 ห้องน้ำ 1
พักได้ 10 ท่าน รองรับสูงสุด 18 ท่าน
รายละเอียด
✅ ติดแอร์ทั้งหลัง
✅ 3 ห้องนอน เตียง 7 ฟุต , 7ฟุต และ 6 ฟุต
✅ 4 เตียงนอน
✅ 5 ห้องน้ำ
✅ 1 ห้องครัว เตาปิ้งย่าง
✅ 1 ห้องคาราโอเกะ Youtube เครื่องเสียง ลำโพง ไมค์
✅ 1 สระว่ายน้ำส่วนตัว ขนาดใหญ่ 4x12 เมตร
🍳 อาหาร Breakfast
🏖️ เตาปิ้งย่าง BBQ
🐳 เตาหมูกระทะ
🏖️ ถ่านปิ้งย่าง 1 ถุง
🏄‍♂️ ห่วงยางแฟนซี 
❤️  Free WiFi 
❤️ Netflix
❤️ เตาแก๊ส
❤️ ผ้าเช็ดตัว ครีมอาบน้ำ ยาสระผม ไดร์เป่าผม
⏰ Check In: 14:00 น.
⏰ Check Out: 12:00 น.

   📍🏡โลเคชั่น
https://goo.gl/maps/i3oqmXoN2HqB2vsDA
👉แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง 🔍
📌chocolate factory 3.5 km
📌 Hokkaido flower park khoayai 4.5 km
📌 khoayai speed kart 4.6 km
📌 ร้านอาหารปั้นจั่น เขาใหญ่ 4.7 km
📌 น้ำผุด น้ำพุธรรมชาติบ้านท่าช้าง 5.5 km
📌 ทางขึ้นอุทยาน เขาใหญ่ 12 km
📌 ร้านอาหาร Mid winter 13 km

Let's sea Villa

🥳Let’s sea Villa ติดหาด 4ห้องนอน 3ห้องน้ำบรรยากาศดีสุดๆ ด้วยวิวทะเล270องศา มีอ่างจากุซซี่แช่ฟินๆริมหาด🛁😘
🌻 วันจันทร์ - พฤหัสบดี เพียง 12,900 บาท
🏖️ วันศุกร์, อาทิตย์​ เพียง 13,900 บาท
🌈 วันเสาร์​ 16,900​ บาท​
💕 วันหยุดยาว 17,900 
😍 พิเศษ บริการให้ฟรีค่ะ
❤️ อาหารเช้าข้าวต้มถาดร้อน
❤️ น้ำแข็ง 1 กระสอบ 
นำเปล่า 1 โหล
❤️ ถ่านปิ้งย่าง
❤️ Free Wifi 
❤️คาราโอเกะ
กดคอม/ร้องจาก youtube
❤️ เตาปิ้งย่าง
❤️ครัวไทยและครัวนอก
มีแม่บ้านบริการซื้อของ
ถ้าต้องการแม่บ้าน ( ปิ้งย่างมีค่าบริการ 500 บาท )
❤️สบู่ แชมพู ผ้าเช็ดตัว ไดร์เป่าผม มีให้ครบค่ะ😊

วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

กรมปศุสัตว์

กรมปศุสัตว์หนุนไก่ย่างไม้มะดันห้วยทับทันเป็นสินค้า GI จังหวัดศรีสะเกษ
วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 นายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ประธานพิธีเปิดโครงการสัตวแพทย์พระราชทานในพระราชดำริฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ (นายชัยยงศ์ เมธาสุรวิทย์) 
ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ นายอำเภอกันทรารมย์ คณะกรรมการโครงการสัตวแพทย์พระราชทาน หัวหน้าส่วนราชการ คณาจารย์ นิสิต นักศึกษา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เข้าร่วม ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลกันทรารมย์ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมทั้งเปิดนิทรรศการประชาสัมพันธ์และสนับสนุน “ไก่ย่างไม้มะดันห้วยทับทัน” สินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นให้เป็นสินค้า GI จังหวัดศรีสะเกษ                    
นายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์นำไก่ย่างไม้มะดันห้วยทับทัน ซึ่งเป็นสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นที่มีชื่อเสียงของจังหวัดศรีสะเกษ มาจัดนิทรรศการในงานสัตวแพทย์พระราชทาน เพื่อสนับสนุนและผลักดันให้เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือสินค้า GI โดยกิจกรรมในครั้งนี้ได้ประชาสัมพันธ์สินค้าให้แก่ประชาชนผู้ร่วมงานและประชาชนทั่วไป เพื่อเพิ่มโอกาสด้านการตลาดและช่องทางการจำหน่ายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองในพื้นที่ ผู้แปรรูปและผู้ประกอบการร้านจำหน่ายไก่ย่างไม้มะดันให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ตลอดจนยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษให้มากขึ้น 
ไก่ย่างไม้มะดันห้วยทับทัน ทำสืบทอดกันมามากกว่า 80 ปี โดยห้วยทับทันเป็นชื่อของอำเภอ ชาวบ้านห้วยทับทันเห็นว่าสถานีรถไฟห้วยทับทันมีคนสัญจรผ่านไปมาไม่น้อย จึงนำไก่บ้านที่เลี้ยงไว้มาย่างขาย ใช้หอมแดงและกระเทียมที่ปลูกในพื้นที่ในการหมักจนซึมเข้าด้านในเนื้อไก่ และ
ใช้ไม้มะดันป่าริมห้วยทับทันมาหนีบย่างไก่เนื่องจากคนห้วยทับทันคุ้นเคยกับไม้มะดันป่าเป็นอย่างดี โดยไม้มะดันมีคุณสมบัติพิเศษ คือเหนียวไม่ฉีกง่าย ทนไฟ เมื่อหนีบไก่แล้วย่างจะมีกลิ่นหอม รสเปรี้ยวอ่อนๆ จากไม้มะดันช่วยเสริมรสชาติไก่ย่างให้อร่อยและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่อื่น ปัจจุบันไก่ย่างห้วยทับทันมีความต้องการจากผู้ซื้อจำนวนมาก ทำให้ผู้ผลิตบางส่วนหันมาใช้ไก่สามสาย และไก่เนื้อในการผลิตไก่ย่างไม้มะดันเพิ่มขึ้น ทำให้ปัจจุบันมีร้านไก่ย่างห้วยทับทันมากกว่า 45 ร้าน  จนเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่สร้างงานสร้างอาชีพให้ชุมชน ทำให้เกษตรกรในจังหวัดศรีสะเกษมีรายได้มั่นคง
สินค้า GI เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เปรียบเสมือนเป็นแบรนด์ของท้องถิ่นที่บ่งบอกถึงคุณภาพและที่มา ปัจจุบันประเทศไทย มีสินค้า GI จำนวนทั้งสิ้น 198 สินค้า โดยมีสินค้าปศุสัตว์ จำนวน 5 รายการ ได้แก่ ไข่เค็มไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี หมูย่างเมืองตรัง จังหวัดตรัง เนื้อโคขุนโพนยางคำ จังหวัดสกลนคร ผ้าฝ้ายทอผสมขนแกะบ้านห้วยห้อม จังหวัดแม่ฮ่องสอน และไข่ครอบสงขลา จังหวัดสงขลา ดังนั้นจึงเป็นโอกาสสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันสินค้าปศุสัตว์ “ไก่ย่างไม้มะดันห้วยทับทัน” 
ให้เป็นสินค้า GI เพื่อคุ้มครองชื่อสินค้าให้เป็นสิทธิของชุมชนที่ขึ้นทะเบียน และที่สำคัญเป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้าให้ผู้ผลิต 
เนื่องจากมีลักษณะพิเศษที่เป็นอัตลักษณ์แตกต่างจากที่อื่น ทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในแหล่งที่มาและคุณภาพของสินค้า นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ช่วยในการประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ช่วยกระจายรายได้สู่ชนบท และส่งเสริมอุตสาหกรรมท้องถิ่นให้สามารถแข่งขันทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของกลุ่มชนในท้องถิ่น ที่ร่วมมือกันพัฒนาคุณภาพของสินค้า และรักษาภูมิปัญญาของท้องถิ่นด้วย


วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

ชุมนุมร้านสหกรณ์ฯ ยื่นหนังสือ คณะกรรมาธิการการเกษตร หาแนวทางขับเคลื่อนพัฒนาร้านสหกรณ์
นายปัณฐวิชญ์ มุ่งสมัครศรีกุล ผู้อำนวยการ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย และนายชณินวัชร ต๊อดแก้ว รองผู้อำนวยการ พร้อมด้วย ผศ.สาธิต เจริญฉิม ประธานฯชุมนุมร้านสหกรณ์แห่งประเทศไทยและคณะยื่นหนังสือเพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนกิจการร้านค้าสหกรณ์ ต่อ 
นายศักดินัย นุ่มหนู ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร ณ อาคารรัฐสภา โดยการยื่นหนังสือดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567  สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย(สสท.)และคณะกรรมการชุมนุมร้านสหกรณ์ฯ รวมทั้งผู้แทนจากสหกรณ์สมาชิกร่วมประชุมจัดเตรียมข้อมูลนำเสนอปัญหาและแนวทางพัฒนาร้านสหกรณ์ เพื่อจัดทำข้อสรุปยื่นต่อคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ศึกษาข้อมูล ข้อเท็จจริง ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศด้านสหกรณ์ และสถาบันเกษตรกรอื่นๆ ทั้งนี้ ที่ประชุมมีข้อสรุป ว่าปัญหาการพัฒนาสหกรณ์ประเภทร้านค้าส่วนใหญ่เกิดจากพระราชบัญญัติสหกรณ์ เช่นวาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการ ขาดความต่อเนื่องในการบริหารงาน, ปัญหาของระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ที่กำหนดไว้เป็นภาพรวมสำหรับสหกรณ์ทุกประเภทแต่ไม่เอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินงานของสหกรณ์ประเภทร้านค้า เช่น ข้อจำกัดใน การกำหนดแนวทางในการระดมเงินทุนเพื่อการลงทุนและพัฒนาสหกรณ์ประเภทร้านค้าทำให้ไม่สามารถปรับตัวในการแข่งขันทางการค้ากับภาคเอกชน รวมถึงอีกหลายอุปสรรคการดำเนินงานที่เกิดจากข้อกฎหมาย ที่ประชุมจึงมีมติเห็นควรเสนอปัญหาต่างๆยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขตามที่ยื่นรวมถึงช่วยผลักดันนโยบายของรัฐบาลเรื่องการสนับสนุนส่งเสริมธุรกิจของร้านสหกรณ์ในประเทศไทยให้สามารถดำรงอยู่ได้ในยุคปัจจุบัน

วันพฤหัสบดีที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

ซินเจนทา


ซินเจนทา จับมือภาครัฐ-เอกชน มุ่งมั่นเดินหน้า “โครงการรักษ์ผึ้ง”  
สร้างความยั่งยืนด้านการเกษตร-สิ่งแวดล้อม
ซินเจนทา ประเทศไทย สร้างความยั่งยืนด้านการเกษตร-สิ่งแวดล้อม มุ่งมั่นเดินหน้าโครงการรักษ์ผึ้ง (BEE LOVE PROJECT) ร่วมกับ กรมส่งเสริมการเกษตร ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดจันทบุรี ศูนย์ประสานงานผู้เลี้ยงผึ้งและชาวสวนไม้ผล อ.สอยดาว และโรงเรียนเครือข่ายในจังหวัดจันทบุรี จัดกิจกรรมค่ายเยาวชนรักษ์ผึ้ง “Bee Love School Camp”ถ่ายทอดความรู้เรื่องความสำคัญและบทบาทของแมลงผสมเกสรต่อระบบนิเวศให้กับนักเรียน เกษตรกรและชุมชน รวมไปถึงประเด็นการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องเพื่อสร้างความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ 
นางสาววรรณภร วัฒนาเกษมสัตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนทางธุรกิจ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการเกษตร เปิดเผยว่า “โครงการรักษ์ผึ้ง หรือ BEE LOVE PROJECT เป็นโครงการอันเกิดจากความมุ่งมั่นของบริษัท ซินเจนทา เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลี้ยงผึ้งที่ถูกต้องและปลอดภัยให้แก่ชาวสวนผลไม้และผู้เลี้ยงผึ้ง รวมถึงชุมชน และเยาวชนให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน เกษตรกร ชุมชน และภาคการศึกษา ให้ร่วมกันดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน”
นายนริศร์ คงสมบุญ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจันทบุรี กล่าวว่า “เกษตรกรบางพื้นที่อาจยังไม่ทราบถึงการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ การที่เราร่วมมือกับหน่วยงานเอกชนในการทำโครงการรักษ์ผึ้ง (BEE LOVE PROJECT) ถือเป็นโครงการที่ช่วยให้ความรู้ความเข้าใจกับกลุ่มเกษตรกร ผู้เลี้ยงผึ้ง และชุมชน ได้เห็นถึงความสำคัญของผึ้งและแมลงมากยิ่งขึ้น หากทุกภาคเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ ก็จะสามารถช่วยรักษาระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อมให้มีความยั่งยืนต่อไปได้”
นางอาลัย จิตตเจริญ เกษตรกรชาวสวนผลไม้ อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า “เริ่มแรกใช้สารเคมีมาตลอดไม่ได้มีความรู้เรื่องผึ้งเลย บวกกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงทำให้ผึ้งหายไปจำนวนมาก 
พอได้เข้ามาอบรมที่ศูนย์ผึ้งได้รู้จักโครงการรักษ์ผึ้ง ทำให้ได้ความรู้ ความเข้าใจ และเห็นถึงความสำคัญของผึ้ง และแมลงมากขึ้น  คิดว่าเกษตรกรที่ใช้สารเคมีและอยากเลี้ยงผึ้งควบคู่ไปด้วยก็สามารถเรียนรู้วิธีปฏิบัติ ไม่ให้สารเคมีที่เราใช้ ไปกระทบกับผึ้งและแมลงซึ่งเป็นตัวช่วยผสมเกสรที่เพิ่มผลผลิตของพืชผลในไร่ของเรา”
นอกจากนี้ ซินเจนทา ประเทศไทย ยังมุ่งมั่นส่งเสริมการทำเกษตรตามหลักการ IPM (Integrate Pest Management) หรือการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน และมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice) หรือการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีในการผลิตพืชมาโดยตลอด เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ปลอดภัยทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค 
ซึ่งช่วยให้ผึ้งมีความปลอดภัยและสามารถขยายพันธุ์ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ระบบนิเวศน์มีความสมดุล เกษตรกรและผึ้งสามารถอยู่ร่วมกันได้แบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เพราะนอกจากผึ้งจะช่วยเกษตรกรในการผสมเกสรพืชที่ปลูกแล้ว ผลผลิตที่ได้จากผึ้งยังเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอีกด้วย
ในปีนี้โครงการรักษ์ผึ้ง (BEE LOVE PROJECT) ได้จัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน และโรงเรียนเครือข่าย ผ่านทางค่ายเยาวชนรักษ์ผึ้ง “BEE LOVE SCHOOL CAMP” ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ
การเกษตรจังหวัดจันทบุรี (ศูนย์ผึ้งจันทบุรี) มีการจัดนิทรรศการเพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับผึ้งและแมลงผสมเกสร สร้างพื้นที่แหล่งอาหารผึ้งและแมลงผสมเกสร  รวมถึงร่วมกับเครือข่ายจัดทำหลักสูตรการเรียนรู้ ทำกิจกรรมเรื่องระบบนิเวศของผึ้งและแมลงผสมเกสรที่เหมาะสมสำหรับเด็กในระดับประถมศึกษา และ มัธยมศึกษา งานดังกล่าวมีกลุ่มเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ผู้เลี้ยงผึ้ง และเยาวชน จำนวนกว่า 200 คน เข้าร่วมงาน 

วันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

สมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทย
ขอเชิญส่งบทความผลงานวิจัยเข้าร่วมการประชุมวิชาการสมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทย
ระดับนานาชาติ ครั้งที่ 17 และระดับชาติครั้งที่ 25
(THE 17th TSAE INTERNATIONAL CONFERENCE & 25th TSAE NATIONAL CONFERENCE, TSAE 2024)
วันที่ 22-24 พฤษภาคม 2567
ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติกรุงเทพฯ (ไบเทค บางนา)
ภายใต้ธีม
“Smart Agricultural Engineering for Resilient and Sustainable World”
- หมดเขตส่งบทคัดย่อ 29 กุมภาพันธ์ 2567
- บทความได้รับการพิจารณาตีพิมพ์ลงวารสารสมาคมฯ (TCI กลุ่มที่2)
- ผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมวิชาการครั้งนี้สามารถเข้าชม ฟรี งานแสดงเครื่องจักรกลการเกษตรระดับเอเซีย (Agritechnica asia)
- สมาชิกสมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทยได้รับส่วนลดพิเศษ
สาขาการนำเสนอ
• Agricultural Machinery
• Soil and Water Engineering
• Post-Harvest Processing and Food Engineering
• Agricultural Systems (including Logistics and Supply Chain Management, Traceability and Food Safety and Agricultural Management)
• Computers and Electronics in Agricultural Engineering (including AI, Remote Sensing, Precision Agriculture, Sensors, Robotics and Bioinformatics)
• Energy and Environment
• Industial Innovations in Agricultural Engineering - Platform for Industry to introduce latest concepts and innovations
รายละเอียดเพิ่มเติม https://tsae.asia/2024

วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

กรมฝนหลวง

“ค่าฝุ่นยังอ่วม! ภาคเหนือ-กทม.” รมช.ไชยา สั่งระดมทำฝนหลวงต่อเนื่อง และใช้เทคนิคการลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศผกผัน ช่วยลดความหนาแน่นของฝุ่น และเทคนิคเลี้ยงเมฆเพื่อดูดซับ-ระบายฝุ่นละออง
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.30 น. นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่ยังส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคเหนือ และกรุงเทพฯ - ปริมณฑล โดยข้อมูลจากศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ณ เวลา 07.00 น. พบว่า บริเวณภาคเหนือ มีปริมาณฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 26.3-75.9 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และบริเวณกรุงเทพฯ - ปริมณฑล ตรวจวัดโดยสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร มีปริมาณฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 46.3-77.2 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งทั้ง 2 พื้นที่ดังกล่าว มีค่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) และในภาพรวมพบว่าปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกด้วย เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล และภาคตะวันออก มีอากาศเย็นในตอนเช้า และลมระดับล่างอยู่ในระดับกำลังอ่อน อากาศจมตัว ลักษณะดังกล่าวส่งผลให้ฝุ่นละอองที่อยู่ในอากาศไม่สามารถลอยตัว ระบายผ่านชั้นอุณภูมิผกผัน (inversion) ไปสู่ชั้นบรรยากาศได้ และยังมีความหนาแน่นในช่วงสัปดาห์นี้

นายสุพิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ดร.ไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้สั่งการและกำชับให้กรมฝนหลวงและ
การบินเกษตร ระดมกำลังปฏิบัติการฝนหลวงและปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรมฯ 
โดยหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ นครสวรรค์ ระยอง และประจวบคีรีขันธ์ มีการติดตามสภาพอากาศและ
วางแผนการทำงานเป็นประจำทุกวัน โดยเทคนิคที่ใช้ในภารกิจบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก มีจำนวน 3 เทคนิค ได้แก่ 

1. การปฏิบัติการฝนหลวงในขั้นตอนการก่อกวน โดยใช้สารฝนหลวงสูตร 1 (โซเดียมคลอไรด์) ปฏิบัติการบริเวณต้นลม และโดยรอบมวลของฝุ่นบริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อก่อเมฆและเพิ่มปริมาณเมฆในพื้นที่เป้าหมาย 

2. การปฏิบัติการฝนหลวงในขั้นตอนการเลี้ยงให้อ้วน โดยใช้สารฝนหลวงสูตร 8 แคลเซียมออกไซด์ หรือสูตร 6 แคลเซียมคลอไรด์ ปฏิบัติการบริเวณต้นลม และโดยรอบมวลของฝุ่นบริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมากที่สุด เพื่อเลี้ยงเมฆให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีแรงดูดซับฝุ่นละออง 

และ 3. การปฏิบัติการเทคนิคการลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศผกผัน โดยการโปรยน้ำแข็งแห้งหรือการสเปรย์น้ำ เพื่อระบายฝุ่นละอองบริเวณระดับ inversion (ชั้นอุณหภูมิผกผัน) หรือสูงกว่าระดับ inversion (ชั้นอุณหภูมิผกผัน) เพื่อทำให้เกิดช่องระบายฝุ่นละอองขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศด้านบน 

สำหรับผลปฏิบัติการด้วย 3 เทคนิคที่ผ่านมา ช่วงระหว่างวันที่ 3-12 กุมภาพันธ์ 2567 พบว่า หลังปฏิบัติการ ปริมาณฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ กรุงเทพฯ - ปริมณฑล มีแนวโน้มลดลง รวมถึงมีฝนตกบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ บริเวณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี อ.วังจันทร์ จ.ระยอง และช่วงสัปดาห์นี้จะติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง หากสภาพอากาศเหมาะสมและเข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวงหรือการดัดแปรสภาพอากาศ จะวางแผนบินปฏิบัติการช่วยเหลือทันที อย่างไรก็ตาม กรมฯ ได้เฝ้าระวังและติดตามปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก รวมทั้งการระดมสรรพกำลัง อากาศยาน และจัดให้มีหน่วยปฏิบัติการเพื่อการดัดแปรสภาพอากาศ ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2566 เป็นต้นมา (24 ธ.ค. 2566) เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทั้งในเขตกรุงเทพฯ - ปริมณฑล พื้นที่ภาคเหนือ และภาคกลาง ที่เริ่มมีผลกระทบทั่วประเทศอีกด้วย นายสุพิศ กล่าวทิ้งท้าย

********************************

วันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

กรมปศุสัตว์

“ปศุสัตว์” เร่งเดินหน้าโครงการรักษาเสถียรภาพราคาหมูตามมติ Pig Board
อธิบดีกรมปศุสัตว์เผย ประชุมหารือกับโมเดิร์นเทรดและสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติเพื่อขับเคลื่อนโครงการรักษาเสถียรภาพราคาสุกรตามมติ Pig Board โดยโมเดิร์นเทรดพร้อมให้ Supplier รับซื้อหมูหน้าฟาร์มในราคาที่สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติแนะนำ ตลอดจนรับซื้อจากโรงฆ่าที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงฟาร์ม มั่นใจเป็นมาตรการที่จะทำให้ราคาหมูหน้าฟาร์มมีเสถียรภาพ ช่วยให้เกษตรกรรายย่อยอยู่ได้ โดยผู้บริโภคไม่เดือดร้อน
นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวว่า ได้เป็นประธานในที่ประชุมหารือแนวทางขับเคลื่อนการรักษาเสถียรภาพราคาสุกรหน้าฟาร์ม พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ โดยหารือกับตัวแทนสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ นำโดยนาย สิทธิพันธ์ ธนเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และโมเดิร์นเทรด ได้แก่ ผู้บริหารจากบริษัท Makro Lotus Top Supermarket Foodland Go wholesale เป็นต้น 
การประชุมหารือดังกล่าว เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ (Pig Board) ครั้งที่ 1/2567 ในวันที่ 30 มกราคม 2567 มีเป้าหมายให้บรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรจากราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มต่ำกว่าต้นทุนการผลิต 
ในที่ประชุม ตัวแทนฝ่ายโมเดิร์นเทรดและสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและได้ข้อสรุปกิจกรรมที่จะดำเนินการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้ 

1. โมเดิร์นเทรดทุกบริษัทใช้มาตรการขอความร่วมมือผู้จัดหาสินค้าแต่ละพื้นที่ (Supplier) ให้รับซื้อสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม สอดคล้องตามราคาที่สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติประกาศแนะนำ 
2. โมเดิร์นเทรดทุกบริษัทจัดซื้อเนื้อและผลิตภัณฑ์สุกรจากโรงฆ่าหรือสถานที่รวบรวมตัดแต่งที่ได้มาตรฐานตามที่กรมปศุสัตว์ให้การรับรองและสามารถตรวจสอบย้อนแหล่งผลิตได้ถึงฟาร์ม
3. สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติแจ้งขอความร่วมมือจากเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรให้ขายสุกรมีชีวิตตามราคาที่สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติประกาศแนะนำ 
4. บริษัท Makro แสดงความจำนงพร้อมรับซื้อซากลูกสุกรในรูปแบบแช่แข็งพร้อมปรุง เพื่อนำไปจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการทำหมูหัน ตามโครงการรักษาเสถียรภาพราคาสุกร 
นายสัตวแพทย์สมชวนย้ำว่า โมเดิร์นเทรดทุกบริษัทและสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติให้ความร่วมมือกับกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขับเคลื่อนโครงการรักษาเสถียรภาพราคาสุกร โดยจะประสานข้อมูลกันอย่างใกล้ชิด 

สำหรับความร่วมมือในการขับเคลื่อนการรักษาเสถียรภาพราคาสุกรหน้าฟาร์มตามมติ Pig Board จะช่วยทำให้ราคาสุกรหน้าฟาร์มมีเสถียรภาพในระดับที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยพออยู่ได้ ไม่ขาดทุน และไม่ทำให้ผู้บริโภคเดือดร้อน
หากยังมีปัญหาอุปสรรคระหว่างทำกิจกรรม กรมปศุสัตว์จะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กรมการค้าภายในเข้าร่วมช่วยแก้ไขปัญหาอุปสรรค โดยกรมปศุสัตว์ในฐานะเลขาคณะทำงานโครงการรักษาเสถียรภาพราคาสุกรจะเป็นเจ้าภาพติดตามผลอย่างต่อเนื่อง. 

วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

กรมพัฒนาที่ดิน

พด.จัดงาน “วันหมอดินอาสา” 2567 เชิดชูเกียรติเสียสละช่วยขับเคลื่อนงานพัฒนาที่ดิน ส่งต่อความรู้สู่เกษตรกรไทยทั่วประเทศ
กรมพัฒนาที่ดิน จัดงานเชิดชูเกียรติหมอดินอาสา สอดรับนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมโชว์เทคโนโลยีนวัตกรรมด้านการพัฒนาที่ดิน ยกระดับหมอดินอาสาสู่การเป็นผู้ผลิตและผู้ประกอบการตอบสนองความต้องการของตลาดและผู้บริโภค
วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 10.00 น.
นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 
เป็นประธานในพิธีเปิดงาน“วันหมอดินอาสากรมพัฒนาที่ดิน ปี 2567” จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “หมอดินสมาร์ท ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” 
โดยมีนายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวรายงานโดยถ่ายทอดสดพร้อมกันผ่านระบบ Video conference application zoom ไปยังสถานีพัฒนาที่ดิน 76 จังหวัดทั่วประเทศ และ Facebook live ผ่านเพจเฟซบุ๊กกรมพัฒนาที่ดิน 
ภายในงานมีคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดินและหมอดินอาสา เข้าร่วมงานกว่า 500 คน ณ ห้องประชุม 2801 กรมพัฒนาที่ดิน กรุงเทพฯ
นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขอชื่นชมความสำเร็จของกรมพัฒนาที่ดิน ที่ดำเนินการให้สถานีพัฒนาที่ดินทั่วประเทศ ส่งเสริม เผยแพร่ความรู้ด้านการพัฒนาที่ดินไปยังหมอดินอาสาซึ่งเป็นเกษตรกรที่มีจิตสาธารณะ ช่วยเหลือเพื่อนเกษตรกร ในการปรับปรุงบำรุงดิน ดูแลทรัพยากรดินของท้องถิ่น และฟื้นฟูดินให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน จนเป็นเครือข่ายหมอดินอาสาที่มีความเข้มแข็ง ถือเป็นหนึ่งในเครือข่ายเกษตรกรที่ใหญ่ที่สุดของ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งปัจจุบันมีหมอดินอาสา จำนวน 77,804 ท่าน ซึ่งความสำเร็จของหมอดินอาสา ทำให้องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ และสมัชชาความร่วมมือดินโลก นำไปขยายเป็นโครงการหมอดินนานาชาติ เพื่อเป็นแนวทางให้ทั่วโลกนำไปเป็นต้นแบบในสร้างเครือข่ายผู้นำการจัดการดินอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังรู้สึกซาบซึ้งใจที่เครือข่ายหมอดินอาสา ร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาที่ดินให้เห็นผลงานเป็นที่ประจักษ์อย่างเป็นรูปธรรม  การจัดงานวันหมอดินอาสากรมพัฒนาที่ดิน ปี 2567 ภายใต้หัวข้อ “หมอดินสมาร์ท ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”เป็นนิมิตหมายที่ดีในการรวมพลังสร้างความแข็งแกร่งของเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง 
ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และหมอดินอาสาทั่วประเทศ สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ที่ต้องการการยกระดับ เพิ่มรายได้และพัฒนาเครือข่ายเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครือข่ายหมอดินอาสาที่ตั้งเป้าให้มีความปราดเปรื่องในการพัฒนาที่ดินเพื่อการเกษตร สามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตสร้างรายได้ สร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน
ด้านนายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า กรมพัฒนาที่ดิน ริเริ่มโครงการ “หมอดินอาสา”ตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 หมอดินอาสา คือ เกษตรกรที่เป็นตัวแทนของกรมพัฒนาที่ดินในพื้นที่ ซึ่งได้จัดตั้งเป็นเครือข่ายปฏิบัติงานในระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอและจังหวัด โดยอาสาเข้ามาช่วยกรมพัฒนาที่ดิน ดูแลรักษาทรัพยากรดินของท้องถิ่น โดยปฏิบัติงานด้านการพัฒนาที่ดิน และเผยแพร่ความรู้ด้านการพัฒนาที่ดินในชุมชนเคียงคู่ไปกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งเป็นกลไกการพัฒนาทางการเกษตรที่สำคัญผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์ทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน สามารถผลิตอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคและตลาด สามารถนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเสริมจากหน่วยงานภาครัฐ มาช่วยเพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ส่งผลให้เกิดรายได้และคุณภาพชีวิตดีขึ้น 
ด้วยตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของหมอดินอาสา กรมพัฒนาที่ดินจึงกำหนดให้วันที่ 10 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันหมอดินอาสา เพื่อเชิดชูเกียรติแก่หมอดินอาสาที่เสียสละทุ่มเททำงานเคียงคู่กับเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดินและสร้างคุณประโยชน์ต่อสาธารณชนมาอย่างยาวนาน โดยการจัดงานวันหมอดินอาสาเพื่อมีกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างหมอดินอาสาและเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจในการช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกันของ    หมอดินอาสา   รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายหมอดินอาสา ซึ่งภายในงานมี   กิจกรรรมประกอบด้วย การมอบโล่รางวัลและเกียรติบัตรให้กับหมอดินอาสาที่มีผลงานดีเด่นในการพัฒนาที่ดินด้านต่าง ๆ การเสวนาของหมอดินอาสาในพื้นที่ต่าง ๆ นิทรรศการนวัตกรรมกรมพัฒนาที่ดินและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของหมอดินอาสา และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย

 🔍 ธุรกิจพืชครบวงจร​  ข้าว​ ขนส่ง​และบริการ​(CPCRT)​ เครือเจริญโภคภัณฑ์​   ขับเคลื่อนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไท...