วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2569

🌊 กรมชลฯ เดินหน้าโครงการอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยม จังหวัดสุโขทัย แบบขั้นบันไดหน่วงน้ำ บรรเทาอุทกภัย-ภัยแล้งซ้ำซาก

กรมชลฯ เดินหน้าโครงการอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยม จังหวัดสุโขทัย แบบขั้นบันไดหน่วงน้ำ บรรเทาอุทกภัย-ภัยแล้งซ้ำซาก
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569
นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน ได้เข้าร่วมการประชุมปัจฉิมนิเทศ งานจ้างสำรวจออกแบบโครงการอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยมจังหวัดสุโขทัย 
(โดยมี นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล 
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในการประชุม)  
จากนั้น นายพิเชษฐ รัตนปราสาท และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ได้นำคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่
มายัง ประตูระบายน้ำแม่ยม (บ้านหาดสะพานจันทร์)  
นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน ได้ให้สัมภาษณ์กับคณะสื่อมวลชน ว่า แม่น้ำยม ในช่วงฤดูฝนหรือช่วงน้ำหลากจะมีปริมาณน้ำมากและอาจมีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ราษฎร ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายอย่างมาก ส่วนในฤดูแล้งปริมาณน้ำในแม่น้ำยมมีน้อยมาก ไม่เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อการอุปโภคบริโภคและเกษตรกรรม สาเหตุสำคัญมาจากการขาดเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยมสายหลัก 
เนื่องจากปัจจุบันแม่น้ำยมสายหลักมีอาการบังคับน้ำไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการน้ำทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง 
โดยเฉพาะในเขตอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ดังนั้น กรมชลประทานจึงมีนโยบายที่จะพัฒนาอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยมเป็นช่วงๆ แบบขั้นบันไดเพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยมได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืนตลอดลำน้ำ 
จากสภาพปัญหาดังกล่าวกรมชลประทาน โดยฝ่ายพิจารณาโครงการส่วนวิศวกรรมสำนักงานชลประทานที่ 4 ได้จัดทำรายงานการศึกษาโครงการเบื้องต้น สรุปตำแหน่งโครงการประตูระบายน้ำในแม่น้ำยม 4 แห่ง ในเขตอำเภอลอง อำเภอวังชิ้นจังหวัดแพร่ 2 แห่ง และอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย 2 แห่งประกอบด้วย 1. ประตูระบายน้ำพระธาตุแหลมลี่ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ (อาคารบังคับน้ำบ้านวังน้ำเย็น) 2. ประตูระบายน้ำหน้าด่านวังขอนแดง อำเภอวังชิ้นจังหวัดแพร่ (อาคารบังคับน้ำบ้านหาดอ้อน) 3. ประตูระบายน้ำเวียงเชียงชื่น อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย (อาคารบังคับน้ำบ้านบานชื่น) 4. ประตูระบายน้ำหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย (อาคารบังคับน้ำบ้านเกาะน้อย) 
ต่อมาในปี 2563 กรมชลประทานได้ทำการศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของประตูระบายน้ำทั้ง 4 แห่ง และในปี 2568 กรมชลประทานได้ว่าจ้างบริษัทวิศวชาญ 2002 จำกัด ดำเนินงานจ้างสำรวจ ออกแบบ โครงการอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยม จังหวัดสุโขทัย อาคารบังคับน้ำบ้านเกาะน้อย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย อาคารบังคับน้ำบ้านบานชื่น อำเภอศรีสัชนาลัยจังหวัดสุโขทัย โดยมีระยะเวลาดำเนินงานโครงการ 540 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 จนสิ้นสุดโครงการวันที่ 23 ตุลาคม 2569 
เนื่องจากงานศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้ลงพื้นที่จัดการประชุมกลุ่มย่อย เพื่อนำเสนอเหตุผลความจำเป็น ความเป็นมาของโครงการ วัตถุประสงค์และรายละเอียดโครงการ และเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งในการประชุมสรุปผลพิจารณาทางเลือก สรุปตำแหน่งที่ตั้งหัวงานอาคารบังคับน้ำ ได้มีการลงมติจากผู้เข้าร่วมประชุม เปลี่ยนชื่ออาคารบังคับน้ำให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่ตั้งหัวงาน โดยเปลี่ยนชื่อจาก "อาคารบังคับน้ำบ้านเกาะน้อย" เป็น "ประตูระบายน้ำหาดเสี้ยว" ส่วน "อาคารบังคับน้ำบ้านบานชื่น" เป็น "ประตูระบายน้ำเวียงเชียงชื่น"  

สำหรับประโยชน์ของโครงการ สามารถบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยม เพื่อส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อบรรเทาอุทกภัยบริเวณที่อยู่อาศัยของราษฎรและพื้นที่เกษตรกรรมในฤดูน้ำหลาก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนของประชาชนในท้องถิ่นรวมถึงนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังสามารถเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อีกด้วย
นายวัชรดุลย์ ธนามี ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 4 กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน 
กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันได้มีการพิจารณาความเหมาะสมของโครงการเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยในส่วนของกรมฯ ก็ได้จัดเวทีการมีส่วนร่วมของประชาชนตลอดจนได้มีการปรึกษาหารือกับผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น รวมถึงส่วนราชการ โดยประชาชนทั้งหมดเห็นด้วยกับโครงการนี้ เพื่อบรรเทาอุทกภัยของจังหวัดสุโขทัย และช่วยหน่วงน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และจะมีการต่อยอดโครงการสร้างระบบส่งน้ำ ซึ่งปัจจุบันได้มีการปัจฉิมนิเทศเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นก็จะดำเนินการสำรวจออกแบบ ภายในเดือนตุลาคม 2569 และกรมฯ จะทำเรื่องเสนอต่ออนุกรรมการลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำหลัก และเสนอผ่านคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพื่อขออนุญาตการใช้พื้นที่ และดำเนินการก่อสร้างในระยะต่อไป 
อย่างไรก็ตาม คาดว่าโครงการประตูระบายน้ำเวียงเชียงชื่น จะดำเนินการก่อสร้างในปี 2571 ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี (2571-2573) จะก่อสร้างในช่องทางลัด ลักษณะเป็นประตูระบายน้ำ จำนวน 6 ช่อง ขนาด 12.50×10.00 เมตร ความจุที่ระดับเก็บกักปกติ 7.33 ล้านลูกบาศก์เมตร คันกั้นน้ำความยาวประมาณ 1,350 เมตร ทำนบดินปิดลำน้ำเดิม ชนิดดินถมแกนดินเหนียว ความยาว 150 เมตร พื้นที่รับประโยชน์โครงการ 7,050 ไร่ พื้นที่ชลประทาน 3,541 ไร่ ดังนั้น เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ ก็จะได้เครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยมเพิ่มขึ้นจากประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ ทั้งยังมีประโยชน์ช่วยเพิ่มพื้นที่ชลประทานอีกกว่า 3,500 ไร่อีกด้วย ส่วนประตูระบายน้ำหาดเสี้ยวอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย จะก่อสร้างในลำน้ำ ลักษณะเป็นประตูระบายน้ำ จำนวน 6 ช่องขนาด 12.50×10.00 เมตร ความจุที่ระดับเก็บกักปกติ 9.53 ล้านลูกบาศก์เมตร คันกั้นน้ำความยาวประมาณ 1,045 เมตร พื้นที่รับประโยชน์โครงการ 39,173 ไร่ พื้นที่ชลประทาน 29,518 ไร่ 
นายชวนินทร์ สุภาษา ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสุโขทัย สำนักงานชลประทานที่ 4 กรมชลประทาน กล่าวเสริมว่า ใน ปี 2569 พบว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำ ยมค่อนข้างน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ ซึ่งชลประทานสุโขทัยจะต้องบริหารจัดการน้ำอย่างละเอียดรอบคอบ ทั้งในฤดูน้ำหลากและฤดูแล้ง จากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลให้ประชาชน เกษตรกร กลุ่มผู้ใช้น้ำ รวมถึงการประปาส่วนภูมิภาคก็มีความห่วงใย ว่าจะเกิดภัยแล้งรุนแรงในปี 2570 สำหรับในปี 2569 เราสามารถบริหารจัดการน้ำได้ดี โดยไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อพื้นที่ในจังหวัดสุโขทัยทั้งสิ้น ดังนั้น ถ้าทั้ง 2 โครงการนี้เสร็จสิ้น จะทำให้การบริหารจัดการน้ำในส่วนของชลประทานจังหวัดสุโขทัยมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะสามารถหน่วงน้ำ หรือชะลอน้ำ 
เพื่อป้องกันน้ำท่วมและน้ำแล้ง โดยจะวางแผนการบริหารจัดการน้ำเป็นอย่างดี เพื่อให้สร้างความเชื่อมั่น ให้กับประชาชนในพื้นที่ 
นางรุ่งอรุณ คำโมง
นายกเทศมนตรีตำบลหาดเสี้ยว 
ตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า จังหวัดสุโขทัยเกิดปัญหาน้ำหลาก น้ำกัดเซาะตลิ่งมายาวนาน พอถึงฤดูแล้งจะแล้งมาก เพราะไม่มีอาคารบังคับน้ำหรือแหล่งเก็บกักน้ำมากพอ ทำให้เกษตรกรในอำเภอศรีสัชนาลัยได้รับผลกระทบขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตร พอถึงฤดูน้ำหลากระดับน้ำ จะขึ้นเร็วลงเร็ว และจะกัดเซาะตลิ่งเสียหายเป็นจำนวนมาก 
ดังนั้น ถ้าหากมีการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำขึ้นมาก็จะเป็นผลดี จะช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี จะมีน้ำกินน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคการเกษตร และการประมง ที่สำคัญที่สุดคือคนคืนถิ่น การสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมยังคงอยู่รุ่นสู่รุ่น ยิ่งไปกว่านั้นจะทำให้คลองต่างๆ ที่ถูกรุกล้ำ ก็จะได้ลำน้ำกลับคืนมา ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น ชาวสุโขทัยก็จะมีรอยยิ้ม ที่งดงาม สร้างความมั่นคงให้กับ ชุมชน ปัญหาต่างๆ ก็จะลดน้อยลง บ้านเมืองก็จะเจริญเติบโตเศรษฐกิจก็ดีขึ้น ดั่งคำขวัญ "ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" สิ่งเหล่านี้ก็จะสร้างความอุดมสมบูรณ์ ทำให้สังคมอบอุ่น ครอบครัวอบอุ่น 

"อยากให้โครงการนี้สำเร็จโดยเร็ว ทุกภาคส่วนจะต้องทำงานร่วมกันและมีระบบบริหารจัดการที่ดี เชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอ ก็จะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์" นายกเทศมนตรีตำบลหาดเสี้ยว กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ด้านนายภูวดล หลักฐาน
กำนันตำบลแม่สำ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย กล่าวอีกว่า ในพื้นที่ตำบลแม่สำประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากมาหลายสิบปี ประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และทำการเกษตร ดังนั้น ถ้าทั้ง 2 โครงการนี้ก่อสร้างสำเร็จ ประชาชนก็จะได้รับประโยชน์ สามารถตอบสนองความต้องการได้เป็นอย่างดี จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในด้านการเกษตรให้ดียิ่งขึ้น ผลผลิตก็จะได้มากขึ้น ก็ขอฝากกรมชลฯ ให้เร่งจัดทำโครงการนี้ให้เร็วที่สุดและขอขอบคุณที่มองเห็นปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนในพื้นที่ตำบลแม่สำ
ส่วนนางสาวพาขวัญ ญาณปัญญา
ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 บ้านดอนระเบียง ตำบลแม่สำ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย กล่าวในตอนท้ายว่า ตนเองมีอาชีพเป็นเกษตรกร ปลูกส้มเขียวหวาน 16 ไร่ แล้วก็ปลูกข้าว 8 ไร่ ได้รับผลกระทบในช่วงฤดูแล้ง ไม่มีน้ำใช้เลย ต้องรอน้ำฝนเพียงอย่างเดียว พอถึงฤดูฝนน้ำก็ท่วมข้าวเสียหาย โดยเมื่อปีที่แล้วน้ำท่วมเสียหายหมดเลย นี่คือทุกข์ของชาวบ้าน ซึ่งตนก็เห็นด้วยกับโครงการนี้ เพราะจะได้รับประโยชน์ในการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และทำ การเกษตร สามารถทำนาได้ตลอดทั้งปี จะช่วยแก้ปัญหาทำให้มีน้ำเพียงพอ อยากให้กรมชลฯ ดำเนินการก่อสร้างให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้มีน้ำกินน้ำใช้ให้เร็วที่สุด สามารถสร้างอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ คุณภาพชีวิตก็ดีขึ้นด้วย

วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2569

🌊 กรมชลประทานจัดปัจฉิมนิเทศการศึกษา-ออกแบบโครงการประตูระบายน้ำหาดเสี้ยว-เวียงเชียงชื่น เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการแม่น้ำยม รองรับน้ำศึกษา-ออกแบบโครงการประตูระบายน้ำหาดเสี้ยว-เวียงเชียงชื่น เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการแม่น้ำยม รองรับน้ำหลากในฤดูฝนและเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำในฤดูแล้ง

📢 เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย 
เป็นประธานการประชุมปัจฉิมนิเทศ โครงการอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยม จังหวัดสุโขทัย 
ซึ่งจัดขึ้น ณ ที่โรงแรมสุโขทัยเทรเซอร์ รีสอร์ท แอนด์ สปา 
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยกล่าวว่า  บริเวณอำเภอศรีสัชนาลัยนั้นแม่น้ำยมมีตลิ่งที่สูง การก่อสร้างฝายหรือประตูระบายน้ำอีก 2 จุดในพื้นที่นี้ จะทำให้เรามีเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยมได้ดีขึ้น ประตูระบายน้ำหรือฝายนั้นมีประโยชน์ในการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งช่วยเหลือด้านการเกษตร 
ทำให้มีน้ำใต้ดิน มีน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภค ขณะเดียวกันเมื่อน้ำท่วมในฤดูฝน ฝายก็จะช่วยหน่วงน้ำชะลอน้ำ สุโขทัยนั้นเหมือนหน้าด่านรับข้าศึก  น้ำมาเท่าไหร่เราก็ต้องรับไว้หมด แต่ถ้าเรามีฝายชะลอน้ำเราก็สามารถทยอยปล่อยน้ำ ทำให้มีเวลาเตรียมตัวเบี่ยงน้ำก่อนที่จะเข้าสุโขทัย
💧 โดยปกติแล้วในช่วงเวลานี้สุโขทัยน้ำจะท่วมรอบที่ 2 หรือรอบที่ 3 แต่ปีนี้น่าจะเป็นในรอบ 10 ปีที่สุโขทัยน้ำไม่ท่วมเนื่องจากน้ำเหนือมาน้อย ปกติสุโขทัยจะมีฝนตกในปริมาณ 1,800 มิลลิเมตร แต่ปีนี้ยังไม่ถึง 900 เลย ปีนี้ผมห่วงเรื่องแล้งมากกว่า ห่วงเอลนิโญมากกว่า  เวลานี้พยายามกักเก็บน้ำไว้ให้ได้มากที่สุด อยากให้ทุกอ่างเก็บน้ำไว้า 90 % ขึ้นไป น้ำท่วมเราระบายน้ำได้ แต่น้ำแล้งเราหาน้ำไม่ได้ น้ำแล้ง ก็แล้งเป็นเวลา 4-5 เดือน ส่วนน้ำท่วมจะมีช่วงสั้น ๆ เท่านั้น” นายนพฤทธิ์กล่าว
📌ส่วน นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน เปิดเผยว่า แม่น้ำยมประสบปัญหาความผันผวนของปริมาณน้ำตามฤดูกาล โดยในช่วงฤดูฝนมีปริมาณน้ำมาก เสี่ยงต่อการล้นตลิ่งและเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่เกษตรกรรม ขณะที่ฤดูแล้งมีปริมาณน้ำลดลงจนไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำของประชาชนและเกษตรกร ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการมีอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยมสายหลักไม่เพียงพอสำหรับการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
🌊 กรมชลประทานจึงมีแนวทางพัฒนาอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยมเป็นช่วง ๆ ในลักษณะขั้นบันได เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการควบคุมระดับน้ำ การเก็บกักน้ำ และการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยที่ผ่านมาได้ศึกษาเบื้องต้นเพื่อกำหนดตำแหน่งอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยมรวม 4 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดแพร่ 2 แห่ง ได้แก่ ประตูระบายน้ำพระธาตุแหลมลี่ อำเภอลอง และประตูระบายน้ำหน้าด่านวังขอนแดง อำเภอวังชิ้น ส่วนจังหวัดสุโขทัยอีก 2 แห่ง ได้แก่ ประตูระบายน้ำเวียงเชียงชื่นและประตูระบายน้ำหาดเสี้ยว ในพื้นที่อำเภอศรีสัชนาลัย
 
🌀 ทั้งนี้ กรมชลประทานได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการทั้ง 4 แห่ง ตั้งแต่ปี 2563 ก่อนว่าจ้าง บริษัท วิศวชาญ 2002 จำกัด ดำเนินงานสำรวจและออกแบบรายละเอียดประตูระบายน้ำในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยทั้ง 2 แห่ง โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อแนวทางและตำแหน่งที่ตั้งโครงการ เพื่อนำข้อเสนอแนะมาประกอบการพัฒนาให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และความต้องการของประชาชน
💦 สำหรับประตูระบายน้ำหาดเสี้ยว ตั้งอยู่บริเวณหมู่ที่ 5 บ้านป่าไผ่ ตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย ออกแบบเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กก่อสร้างในลำน้ำ มีบานระบายเหล็กโค้งจำนวน 6 ช่อง ขนาดช่องละ 12.50 × 10.00 เมตร กำหนดระดับเก็บกักน้ำปกติที่ +70.00 เมตร รทก. สามารถเก็บกักน้ำได้ 9.53 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่รับประโยชน์ 39,173 ไร่ และพื้นที่ชลประทาน 29,518 ไร่ พร้อมคันกั้นน้ำความยาวประมาณ 1,045 เมตร และทางผ่านปลาเพื่อคำนึงถึงการเคลื่อนย้ายของสัตว์น้ำ
💧ส่วนประตูระบายน้ำเวียงเชียงชื่น ตั้งอยู่บริเวณบ้านดอนระเบียง ตำบลแม่สำ อำเภอศรีสัชนาลัย ออกแบบเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กก่อสร้างในช่องลัด มีบานระบายเหล็กโค้งจำนวน 6 ช่อง ขนาดช่องละ 12.50 × 10.00 เมตร กำหนดระดับเก็บกักน้ำปกติที่ +75.00 เมตร รทก. สามารถเก็บกักน้ำได้ 7.33 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่รับประโยชน์ 7,050 ไร่ และพื้นที่ชลประทาน 3,541 ไร่ พร้อมคันกั้นน้ำความยาวประมาณ 1,350 เมตร ทำนบดินปิดกั้นลำน้ำเดิมความยาว 150 เมตร และทางผ่านปลาเช่นเดียวกัน
🔍 การดำเนินงานสำรวจและออกแบบครอบคลุมการทบทวนข้อมูลทางอุทกวิทยาและความเหมาะสมของโครงการ การสำรวจภูมิประเทศและด้านวิศวกรรม การตรวจสอบธรณีวิทยาและปฐพีกลศาสตร์ฐานราก ตลอดจนการจัดทำแบบรายละเอียดทางวิศวกรรม รายการคำนวณ ปริมาณงาน และประมาณราคาค่าก่อสร้าง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการพิจารณาดำเนินโครงการในขั้นตอนต่อไป
♻️ โครงการดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลาดำเนินงานสำรวจและออกแบบรวม 540 วัน เริ่มปฏิบัติงานวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 และสิ้นสุดสัญญาวันที่ 23 ตุลาคม 2569 โดยมีการประชุมปฐมนิเทศ การประชุมกลุ่มย่อย และการประชุมปัจฉิมนิเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลโครงการและเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง
🔷️ เมื่อดำเนินการพัฒนาโครงการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องแล้ว คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยม สนับสนุนการส่งน้ำเพื่อการเกษตรทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง ลดความเสี่ยงและผลกระทบจากน้ำหลากต่อชุมชนและพื้นที่เพาะปลูก ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งพักผ่อนและท่องเที่ยวของท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยในระยะยาว
#กรมชลประทานจัดปัจฉิมนิเทศการศึกษา #ออกแบบโครงการประตูระบายน้ำหาดเสี้ยว #เวียงเชียงชื่น 
#เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการแม่น้ำยม #รองรับน้ำหลากในฤดูฝนและเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำในฤดูแล้ง
#แชร์ข่าวเล่ากระแส

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569

🌽 ♻️ ซีเอ็นเอช ผนึก ฟาร์มโชคชัย โชว์แนวทางเกษตรแม่นยำครบวงจร “จากแปลงสู่การผลิตอาหารสัตว์” มุ่งยกระดับวงการผู้ผลิตข้าวโพดและปศุสัตว์ไทย ในงาน New Holland Day 2026


นครราชสีมา/กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 17 กันยายน 2569 — ซีเอ็นเอช ประเทศไทย และฟาร์มโชคชัย จัดงาน New Holland Day 2026 นำเสนอการสาธิตการทำงานจริงของเครื่องจักรเพื่อเสนอวิธีการแก้ปัญหาเชิงเกษตรแม่นยำขั้นสูงที่ครอบคลุมตั้งแต่การเพาะปลูกในแปลงไปจนถึงการผลิตอาหารสัตว์ ตอกย้ำแนวทางการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำให้กับภาคการเกษตรไทย
งาน New Holland Day 2026 รวบรวมเกษตรกร ผู้ประกอบการภาคการเกษตร และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมจากทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เพื่อร่วมสัมผัสการสาธิตระบบการทำเกษตรแบบครบวงจรที่เชื่อมโยงทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การจัดการเศษวัสดุหลังการเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการผลิตอาหารสัตว์
ด้วยการออกแบบโซลูชันให้ตอบโจทย์ภาคการผลิตข้าวโพดและปศุสัตว์ในภูมิภาค งานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำและเครื่องจักรกลการเกษตรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การจัดการและผลิตอาหารหยาบสำหรับปศุสัตว์ ตลอดจนช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลกำไรให้แก่เกษตรกรไทย
“เกษตรกรไทยต้องการแนวทางและขั้นตอนที่ตอบโจทย์กับการใช้งานจริงในแปลงเกษตร และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ตลอดทั้งกระบวนการผลิต” มาร์ค บรินน์ กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่น ซีเอ็นเอช กล่าว “New Holland ผสานเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้เข้ากับเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำที่นำไปใช้งานได้จริง โดยเรามุ่งนำเสนอให้เห็นว่าโซลูชันการเกษตรแบบบูรณาการเหล่านี้สามารถทำงานได้จริงภายใต้สภาพแวดล้อมการทำเกษตรในพื้นที่ และมีส่วนช่วยสร้างธุรกิจการเกษตรที่แข็งแกร่ง ยั่งยืน และมีประสิทธิผลมากขึ้นให้กับชุมชนเกษตรกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”
เครื่องจักรกำลังสูง เชื่อมโยงทุกขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะปลูก ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวพืชอาหารสัตว์
หัวใจสำคัญของการสาธิตในครั้งนี้ คือกลุ่มเครื่องจักรกลทางการเกษตรกำลังแรงม้าสูงจาก New Holland ซึ่งถ่ายทอดกระบวนการทำเกษตรแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำที่เชื่อมโยงกันในทุกขั้นตอน ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เกษตรกรผู้ทำเกษตรขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผู้ผลิตข้าวโพด ผู้ผลิตพืชหมักสำหรับอาหารสัตว์ ตลอดจนธุรกิจฟาร์มโคนมอย่างฟาร์มโชคชัย 
โดย รถแทรกเตอร์ New Holland รุ่นเรือธงซีรีส์ T6000  ได้นำการสาธิตการทำงานในแปลงจริง เพื่อแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรแบบครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการเตรียมแปลง ได้แก่:
การเตรียมดิน: รถแทรกเตอร์ New Holland รุ่น T6050 ขนาด 125 แรงม้า ทำงานร่วมกับเครื่องพรวนดิน ขนาด 3 เมตร ช่วยเตรียมและปรับสภาพดินให้พร้อมสำหรับการเพาะปลูก
การเพาะปลูกอย่างแม่นยำ: รถแทรกเตอร์ New Holland รุ่น TT4.90 ขนาด 90 แรงม้า พร้อมชุดระบบนำทาง CNH Guidance และเครื่องปลูก DP400 Planter ช่วยวางเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดได้อย่างแม่นยำตามแผนผังแปลง
นอกจากนี้ ยังมีการนำเครื่องเก็บเกี่ยวพืชอาหารสัตว์ FR500 Forage Harvester มาจัดแสดงภายในพื้นที่สาธิตกว่า 110 ไร่ เพื่อเติมเต็มกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีอย่างครบวงจร พร้อมโชว์ประสิทธิภาพการเก็บเกี่ยวที่รองรับผลผลิตปริมาณมาก ประหยัดเชื้อเพลิง และช่วยลดเวลาหยุดเครื่องเพื่อบำรุงรักษา
การสาธิตการใช้งานในแปลงจริงนี้ สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเครื่อง FR500 ในการเก็บเกี่ยวทั้งหญ้าเนเปียร์และข้าวโพด โดยสามารถเชื่อมโยงกระบวนการเก็บเกี่ยวจากหน้าแปลงเข้าสู่ระบบการผลิตอาหารสัตว์ของฟาร์มโชคชัยได้โดยตรง ด้วยความสามารถในการสับพืชได้อย่างแม่นยำ ให้ขนาดชิ้นพืชสม่ำเสมอและคงคุณภาพการตัดได้อย่างต่อเนื่อง จึงช่วยคงคุณค่าทางโภชนาการ เพิ่มประสิทธิภาพในการอัดแน่นของอาหารหมัก และยกระดับคุณภาพโดยรวมของพืชอาหารสัตว์ได้อย่างสมบูรณ์
นอกจากนี้ รถแทรกเตอร์ New Holland TT3.50 ที่ติดตั้งเครื่องย่อยสับวัสดุทางการเกษตร (Mulcher) ยังได้ร่วมลงสนามสาธิตภายในงาน เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการจัดการเศษวัสดุหลังการเก็บเกี่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสนับสนุนการเตรียมแปลงอย่างยั่งยืนสำหรับรอบการเพาะปลูกถัดไป
ยกระดับการเก็บเกี่ยวข้าวโพดด้วยเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำครบวงจร
ผู้เข้าร่วมงานเดินทางระหว่างจุดสาธิตต่าง ๆ โดยนั่งรถพ่วงที่ลากด้วยรถแทรกเตอร์ New Holland TT3.50 ซึ่งเปิดโอกาสให้สัมผัสและรับชมการทำงานของเครื่องจักรอย่างใกล้ชิดทั่วทุกพื้นที่ของฟาร์มโชคชัย
ทั้งนี้ การสาธิตในแปลงจริงครอบคลุมกระบวนการเก็บเกี่ยวข้าวโพดอย่างครบวงจร โดยแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนสำคัญในช่วงปลายของกระบวนการผลิต ซึ่งเชื่อมโยงการบริหารจัดการพืชและงานปศุสัตว์เข้าด้วยกัน ได้แก่:
การเก็บเกี่ยวและการผลิตอาหารสัตว์: ปิดท้ายกระบวนการทำงานในแปลงด้วยการสาธิตการเก็บเกี่ยวหญ้าเนเปียร์และข้าวโพดในพื้นที่จริงด้วยเครื่องเก็บเกี่ยว FR500   ก่อนนำผู้เข้าร่วมงานเข้าชมขั้นตอนการบรรจุและการหมักอาหารสัตว์โดยมีรถแทรกเตอร์ New Holland TD5.110 ขับเคลื่อนขุมพลัง เพื่อนำผลผลิตที่ได้ไปแปรรูปเป็นอาหารคุณภาพสูงสำหรับโคนมของฟาร์มโชคชัย
“การเชื่อมโยงทุกขั้นตอนเข้าด้วยกัน ทำให้เราเห็นอย่างชัดเจนว่า เครื่องจักร ข้อมูลจากหน้าแปลง และเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ปลูกข้าวโพดและหญ้า เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ตลอดจนผู้ประกอบธุรกิจการเกษตรในประเทศไทย แนวทางการบริหารจัดการตั้งแต่แปลงปลูกไปจนถึงกระบวนการผลิตอาหารสัตว์นี้ จะช่วยยกระดับทั้งประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพ ความยั่งยืน และความสามารถในการทำกำไรของภาคการเกษตรได้อย่างมีนัยสำคัญ” ขวัญจิต เนตรประภา หัวหน้าฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ซีเอ็นเอช ประเทศไทย กล่าวสรุป
 
ตลอด 130 ปีที่ผ่านมา นิว ฮอลแลนด์ ได้สนับสนุนเกษตรกรด้วยเทคโนโลยี โซลูชัน และบริการที่จำเป็นต่อการเกษตรที่มีประสิทธิภาพ นิว ฮอลแลนด์ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าผ่านเครื่องจักรเกษตรและอุปกรณ์ก่อสร้างขนาดเล็กหลากหลายประเภทมาอย่างยาวนาน ด้วยเครื่องจักรที่ใช้เทคโนโลยีเชื้อเพลิงทางเลือกล่าสุด นิว ฮอลแลนด์ จึงกลายเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดในภาคการเกษตร นอกจากนี้ ความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมของเรายังรองรับด้วยบริการเชื่อมต่อแม่นยำ พร้อมเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วโลกที่เข้าถึงพื้นที่อย่างแข็งแกร่ง ให้กับลูกค้าในทุกฤดูกาล
 

🌊 กรมชลฯ เดินหน้าโครงการอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยม จังหวัดสุโขทัย แบบขั้นบันไดหน่วงน้ำ บรรเทาอุทกภัย-ภัยแล้งซ้ำซาก

กรมชลฯ เดินหน้าโครงการอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยม จังหวัดสุโขทัย แบบขั้นบันไดหน่วงน้ำ บรรเทาอุทกภัย-ภัยแล้งซ้ำซาก เมื่อวันที่ 8 ตุล...