วันอังคารที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568

ฮิลตัน เตรียมเปิดตัวแบรนด์ที่เก้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วย “แฮมป์ตัน บาย ฮิลตัน”
การเปิดตัวในประเทศไทยตอกย้ำการขยายบริการแบบเจาะจงของฮิลตัน เพื่อตอบรับกระแสการท่องเที่ยวระดับกลางที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาค

สิงคโปร์ – 30 เมษายน พ.ศ. 2568 – บริษัทโรงแรมชั้นนำระดับโลก ฮิลตัน (NYSE: HLT) ประกาศเปิดตัวแบรนด์ระดับรางวัล “แฮมป์ตัน บาย ฮิลตัน” ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ผ่านการลงนามเปิดตัวโรงแรม แฮมป์ตัน บาย ฮิลตัน ภูเก็ต ทาวน์ โดยนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายกลุ่มบริการระดับกลางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างมียุทธศาสตร์ การลงนามในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฮิลตันในการเพิ่มจำนวนโรงแรมในกลุ่มบริการระดับกลางให้เติบโตขึ้นถึงสามเท่าภายในภูมิภาคนี้ โดยการเปิดตัวครั้งนี้จะทำให้ฮิลตันมีแบรนด์ที่ดำเนินการอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งสิ้น 9 แบรนด์ ครอบคลุมโรงแรมมากกว่า 110 แห่งในปัจจุบัน พร้อมตั้งเป้าขยายพอร์ตโฟลิโอเพิ่มขึ้นอีกกว่า 50% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

โรงแรม แฮมป์ตัน บาย ฮิลตัน ภูเก็ต ทาวน์ ที่เตรียมเปิดให้บริการในเร็ว ๆ นี้ยังสะท้อนถึงแรงขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของฮิลตันในภูมิภาค โดยล่าสุดได้ลงนามเปิดโรงแรม ฮิลตัน การ์เด้น อินน์ เพิ่มอีกสองแห่งในประเทศฟิลิปปินส์ ได้แก่ ฮิลตัน การ์เด้น อินน์มะนิลา เกซอนซิตี้ และ ฮิลตัน การ์เด้น อินน์ เซบู แม็กตัน รวมถึงโรงแรม ฮิลตัน การ์เด้น อินน์ อีกสามแห่งในประเทศเวียดนาม มาเลเซียและอินโดนีเซีย การเปิดตัวในครั้งนี้ จะช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำของฮิลตันในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันถือเป็นตลาดที่ฮิลตันมีจำนวนโรงแรมมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีโรงแรมเปิดให้บริการแล้วถึง 30 แห่ง และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 11 แห่ง

“การเปิดตัวของ แฮมป์ตัน บาย ฮิลตัน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการท่องเที่ยวภายในภูมิภาค ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของฮิลตัน ในการรุกตลาดที่พักระดับกลางซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และสะท้อนถึงทิศทางการขยายธุรกิจของเราในระยะต่อไป”
— อเล็กซานดรา เมอร์เรย์ รองประธานและหัวหน้าภูมิภาคประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของฮิลตัน กล่าว “การเปิดตัวครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเสริมพอร์ตโฟลิโอของเราให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น แต่ยังตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของนักเดินทางยุคใหม่ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการมอบประสบการณ์การเข้าพักที่มีความหมายและน่าประทับใจ ภายใต้การบริการอันเป็นเอกลักษณ์ของฮิลตัน”

นับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ แฮมป์ตัน บาย ฮิลตัน ได้สร้างชื่อเสียงจากการมอบประสบการณ์การเข้าพักที่เหนือระดับ ด้วยห้องพักที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน และการบริการที่เป็นมิตรและเชื่อถือได้  นอกจากนี้ แบรนด์ยังขึ้นชื่อเรื่องบริการฟรีอาหารเช้าร้อน ๆ ที่สดใหม่ ห้องพักระดับพรีเมี่ยม และรับประกันความพึงพอใจ 100% Hampton Guarantee™ ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ทำให้แบรนด์กลายเป็นที่ชื่นชอบของทั้งนักเดินทางเพื่อธุรกิจและพักผ่อนทั่วโลก ในปีที่ผ่านมา แฮมป์ตัน บาย ฮิลตัน ได้เฉลิมฉลองการเปิดให้บริการโรงแรมแห่งที่ 3,000 ในโลก พร้อมกับหมุดหมายสำคัญ เช่น การดำเนินงานครบ 10 ปีในประเทศจีน ตอกย้ำความสำเร็จและความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของแบรนด์ระดับโลกแห่งนี้

“การเปิดตัวแบรนด์ แฮมป์ตัน บาย ฮิลตัน สู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของเราในการขยายพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ที่ให้บริการแบบเจาะจงในภูมิภาคนี้” มาเรีย อาริอิซึมิ รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของฮิลตัน กล่าว “การลงนามในความร่วมมือครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของแบรนด์ ฮิลตัน รวมถึงระบบการตลาดที่แข็งแกร่งของเรา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องร่วมกับพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน”

แฮมป์ตัน บาย ฮิลตัน ภูเก็ต ทาวน์

จังหวัดภูเก็ตเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่ผสานความงดงามของชายหาดที่เงียบสงบเข้ากับสถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกีสอันเป็นเอกลักษณ์ ดึงดูดทั้งนักเดินทางชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยในปีพ.ศ. 2567 จังหวัดภูเก็ตรวมถึงเมืองภูเก็ต ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวมากกว่า 8.6 ล้านคน

แฮมป์ตัน บาย ฮิลตัน ภูเก็ต ทาวน์ มีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 3 ของปีพ.ศ.  2569 ซึ่งโรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในระยะที่สามารถเดินถึงใจกลางเมืองเก่าภูเก็ต ซึ่งอุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ร้านอาหารที่หลากหลาย แหล่งช้อปปิ้ง และความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ โรงแรมแห่งนี้จะมีห้องพักทั้งหมด 112 ห้อง เริ่มต้นที่ขนาด 21 ตารางเมตร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันอาทิ สระว่ายน้ำกลางแจ้ง และห้องออกกำลังกาย ด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งห่างจากท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตเพียงขับรถหนึ่งชั่วโมง และห่างจากท่าเรือรัษฎาประมาณ 10 นาที ซึ่งเป็นหนึ่งในท่าเรือที่คึกคักที่สุดของภูเก็ต โรงแรมแห่งนี้จึงพร้อมต้อนรับทั้งนักเดินทางเพื่อธุรกิจและนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ของเกาะภูเก็ตอย่างแท้จริง

“เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับฮิลตัน เพื่อนำแบรนด์ระดับโลกอย่าง แฮมป์ตัน บาย ฮิลตัน มาสู่จังหวัดภูเก็ต เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของที่พักคุณภาพในระดับกลาง ซึ่งมอบประสบการณ์การเข้าพักที่มีมาตรฐานและไว้วางใจได้ ด้วยความสวยงามของชายหาด ประวัติศาสตร์อันยาวนาน และวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา ทำให้จังหวัดภูเก็ตยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างต่อเนื่องและ แฮมป์ตัน บาย ฮิลตัน ภูเก็ต ทาวน์ จะเป็นศูนย์กลางที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักเดินทางที่ต้องการสำรวจความงดงามของจังหวัดแห่งนี้” คุณ เพชรรัตน์ มานะสมจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีทีจี ภูเก็ต จำกัด กล่าว

แฮมป์ตัน บาย ฮิลตัน ภูเก็ต ทาวน์ จะเป็นส่วนหนึ่งของ Hilton Honors โปรแกรมสะสมคะแนนระดับรางวัลจากฮิลตัน ซึ่งครอบคลุมแบรนด์ในเครือมากกว่า 8,400 แห่งใน 140 ประเทศ และเขตการปกครองทั่วโลก สมาชิก Hilton Honors ที่ทำการจองผ่านช่องทางของฮิลตันโดยตรงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทันที อาทิ ตัวเลือกการชำระเงินที่ยืดหยุ่น ซึ่งสามารถใช้คะแนนสะสมร่วมกับเงินสดในการจองห้องพัก ส่วนลดพิเศษสำหรับสมาชิก และบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (มาตรฐาน) ฟรี

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฮิลตันได้ที่ stories.hilton.com.
 
เกี่ยวกับ ฮิลตัน
Hilton (NYSE: HLT) หรือฮิลตันคือบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจการบริการระดับโลก เจ้าของแบรนด์ระดับโลก ถึง 24 แบรนด์ ประกอบด้วยโรงแรมมากกว่า 8,400 แห่ง และห้องพักกว่า 1.25 ล้านห้อง ใน 140 ประเทศ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำตามปณิธานตั้งต้นขององค์กรในการมอบบริการอันแสนอบอุ่นและสบายให้แก่ผู้เข้าพักทั่วโลก ฮิลตันได้ให้การต้อนรับแขกผู้เข้าพักมาแล้วรวมกันมากกว่า 3 พันล้านคนตลอดการดำเนินธุรกิจที่ยาวนานกว่า 100 ปี จนได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 100 บริษัทยอดเยี่ยมที่น่าทำงานด้วย รวมถึงเป็นบริษัทชั้นนำที่ติดอันดับดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices)  โดยทางฮิลตันได้พัฒนาและนำเทคโนโลยีชั้นนำมาพัฒนาการบริการของธุรกิจเพื่อเพิ่มประสบการณ์การเข้าพักอยู่เสมอ เช่น ระบบการแชร์กุญแจดิจิทัล (Digital Key Share) การขออัพเกรดห้องพักแบบอัตโนมัติ และระบบยืนยันการจองห้องพักติดกัน (connecting rooms) สำหรับผู้เข้าพักเป็นกลุ่ม ทั้งนี้ด้วยโปรแกรมการดูแลแขกผู้เข้าพักระดับรางวัลในชื่อ Hilton Honors  สมาชิกของโรงแรมกว่า 210 ล้านคนที่จองห้องพักผ่านระบบของฮิลตันโดยตรงจะได้รับคะแนนจากการเข้าพัก รวมถึงประสบการณ์พิเศษที่หาซื้อไม่ได้ ขณะที่แอปพลิเคชัน Hilton Honors app จะช่วยให้แขกสามารถจองห้องพัก เลือกห้อง เช็กอิน เปิดห้องด้วยกุญแจดิจิทัล
และเช็กเอาท์จากโรงแรมผ่านสมาร์ทโฟนได้โดยง่าย สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้จาก stories.hilton.com และติดตามความเคลื่อนไหวของฮิลตันได้ผ่านทุกช่องทางในโซเชียลมีเดีย ทั้ง Facebook, X, LinkedIn, Instagram และ YouTube.
 
เกี่ยวกับ แฮมป์ตัน บาย ฮิลตัน
แฮมป์ตัน บาย ฮิลตัน ซึ่งรวมถึง แฮมป์ตัน อินน์ บาย ฮิลตัน และ แฮมป์ตัน อินน์ แอนด์ สวีทส์ บาย ฮิลตัน ได้รับการจัดอันดับให้เป็นแฟรนไชส์โรงแรมอันดับหนึ่งติดต่อกันถึง 16 ปีโดย Entrepreneur® โดยปัจจุบันมีโรงแรมมากกว่า 3,000 แห่ง ใน 43 ประเทศและดินแดนทั่วโลก พร้อมตอบโจทย์นักเดินทางที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ รายละเอียด และความคุ้มค่าแบรนด์ยังคงครองความเป็นผู้นำในกลุ่มด้วยการมอบประสบการณ์การเข้าพักที่เหนือความคาดหมาย ทั้งห้องพักที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน กว้างขวาง ทันสมัย และสิ่งอำนวยความสะดวกที่คิดมาอย่างดี รวมถึงอาหารเช้าร้อนฟรีที่มีเมนูซิกเนเจอร์อย่างวาฟเฟิลสูตรเฉพาะของแฮมป์ตัน บาย ฮิลตัน ให้บริการทุกเช้า แฮมป์ตัน บาย ฮิลตัน มุ่งมั่นในการมอบบริการที่อบอุ่น จริงใจและเป็นมิตรในทุกการเข้าพัก โดยได้รับการรับรองด้วย 100% Hampton Guarantee™ ผู้เข้าพักสามารถสัมผัสประสบการณ์ที่น่าประทับใจได้ง่าย ๆ เพียงจองห้องพักผ่านเว็บไซต์ hampton.com หรือ แอปพลิเคชัน Hilton Honors ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำของอุตสาหกรรม สมาชิก Hilton Honors ที่จองโดยตรงผ่านช่องทางของฮิลตันยังได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมทันที ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแฮมป์ตัน บาย ฮิลตัน ได้ที่ stories.hilton.com/hampton และติดตามข่าวสารผ่าน Facebook, Instagram และ X.
 

วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2568

"ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์รัฐวิสา หกิจไทยฯ"


วันอังคารที่ 22 เมษายน 2568 เวลา 13.30 – 16.30 น. ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์รัฐวิสาหกิจไทย จำกัด ได้จัดการประชุมระดมความคิดเห็นในหัวข้อ “การประมาณการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ และผลกระทบจากหนังสือนายทะเบียนสหกรณ์ 


เรื่องการรับจดทะเบียนข้อบังคับสหกรณ์ และการแก้ไขข้อบังคับตามกฎกระทรวง” เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ในระดับประเทศ ณ ห้องประชุม 701 ชั้น 7 ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จำกัด


การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการระดมความคิดเห็นผู้แทนสหกรณ์ทั่วประเทศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสะท้อนฐานะการเงินที่แท้จริง รักษาสิทธิของสมาชิกอย่างเป็นธรรม เสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินของสหกรณ์ และเพื่อเป็นการพัฒนา คุ้มครองและสร้างเสถียรภาพแก่ระบบสหกรณ์ (อยู่ในเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562)


โดยนางสาวสุทธินี แก่นสารี ประธานกรรมการดำเนินการ ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์รัฐวิสาหกิจไทย จำกัด เป็นประธานเปิดการประชุม

🌿ในการนี้ ผู้แทนจากสหกรณ์ต่าง ๆ ได้ร่วมเสนอข้อมูลและข้อคิดเห็นที่น่าสนใจ อาทิ

📌นายนิธิ มาวิเลิศ ประธานกรรมการ สหกรณ์ออมทรัพย์การสื่อสารแห่งประเทศไทย จำกัด ได้นำเสนอผล กระทบจากประกาศนายทะเบียนสหกรณ์ เรื่องการประมาณการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ สำหรับสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนที่เรียกเก็บเงินงวดชำระหนี้จากสมาชิกโดยการหักจากเงินได้ ณ ที่จ่าย พ.ศ.2567

📌นายพิสิษฐ สุขอนันต์ ประธานกรรมการ สหกรณ์ออมทรัพย์การยางแห่งประเทศไทย จำกัด นำเสนอผลกระทบจากหนังสือนายทะเบียนสหกรณ์ เรื่องการรับจดทะเบียนข้อบังคับสหกรณ์ กรณีที่ไม่มีข้อความ “คำแนะนำนายทะเบียนสหกรณ์” อยู่ในข้อบังคับ

📌นายวรวิทย์ สุฉันทบุตร ประธานกรรมการ สหกรณ์ออมทรัพย์องค์การเภสัชกรรม จำกัด ได้นำเสนอผลกระทบจากการแก้ไขข้อบังคับตามกฎกระทรวง ว่าด้วยลักษณะ วัตถุประสงค์ และขอบเขตการดำเนินกิจการของสหกรณ์แต่ละประเภทที่สามารถจดทะเบียนได้ พ.ศ. 2567


ผู้แทนจาก สหกรณ์ออมทรัพย์องค์การเภสัชกรรม จำกัด ได้นำเสนอผลกระทบจากการแก้ไขข้อบังคับตามกฎกระทรวง ว่าด้วยลักษณะ วัตถุประสงค์ และขอบเขตการดำเนินกิจการของสหกรณ์แต่ละประเภทที่สามารถจดทะเบียนได้ พ.ศ. 2567

ในช่วงท้ายของการประชุม นางสาวสุทธินี  แก่นสารี  ประธานกรรมการดำเนินการชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์รัฐวิสาหกิจไทย จำกัด นายพิสิษฐ สุขอนันต์ กรรมการดำเนินการและเลขานุการชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์รัฐวิสาหกิจไทย จำกัด, นายไพบูลย์ แก้วเพทาย ที่ปรึกษาชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์รัฐวิสาหกิจไทย จำกัด และ ดร.มนตรี ช่วยชู ผู้สอบบัญชีของชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์รัฐวิสาหกิจไทย จำกัด และสมาชิกขบวนการสหกรณ์อีกหลายท่าน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพรวมของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสหกรณ์ พร้อมทั้งเสนอแนวทางและทิศทางในการดำเนินการเพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว


ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนหลายสำนักเข้าร่วมทำข่าว เพื่อร่วมเผยแพร่ข้อมูลและสร้างความเข้าใจ  ต่อยอดการพัฒนาระบบสหกรณ์ในระดับประเทศอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป🌿

วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568

วันที่ 3 เมษายน 2568 

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์และคณะผู้บริหารกรมตรวจบัญชีสหกรณ์

นำทีมสื่อมวลชนสัญจรลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ติดตามภารกิจการดำเนินโครงการผลิตและเผยแพร่บทบาทภารกิจกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ผ่านสื่อ ปี 2568 ณ สหกรณ์โคนมสีคิ้ว จำกัด และสหกรณ์กสิกรรมไร้สารพิษในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภอวังน้ำเขียว จำกัด จังหวัดนครราชสีมา 

เพื่อตรวจเยี่ยมการใช้โปรแกรม Smart 4M ที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทางการเงินของสหกรณ์ และพี่น้องเกษตรกร และช่วยให้เกษตรกรสามารถบันทึกบัญชีครัวเรือนและต้นทุนอาชีพได้ สามารถวางแผนการใช้จ่าย รวมไปถึงการประกอบอาชีพได้อย่าง

มีประสิทธิภาพ และช่วยให้สมาชิกสหกรณ์สามารถตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของตนเองได้แบบเรียลไทม์ สร้างความโปร่งใสในการดำเนินงานของสหกรณ์ และช่วยลดความเสี่ยงจากการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นางณริดา ประเสริฐนกุล ผู้จัดการสหกรณ์โคนมสีคิ้ว จำกัด เผยว่า สหกรณ์โคนมสีคิ้ว ดำเนินกิจการมาแล้วกว่า 18 ปี และมีสมาชิกจำนวน 70 ราย โดยก่อนหน้านี้การทำงานด้านบัญชีและการจัดการเอกสารต่าง ๆ ค่อนข้างยุ่งยาก เพราะต้องทำด้วยมือทั้งหมด แต่หลังจากที่ได้ขอความอนุเคราะห์จากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์  ในเรื่องการใช้โปรแกรม Smart 4M ประกอบด้วย Smart Me, Smart Member, Smart Manage และSmart Monitor ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
ที่ได้พัฒนาสำหรับการใช้ข้อมูลทางการเงินและการบัญชี รวมทั้งต่อยอดการใช้ข้อมูลจากระบบบัญชีสหกรณ์ครบวงจร ให้กับพี่น้องเกษตรกร สมาชิก และกรรมการสหกรณ์ เป็นส่วนเสริมการทำงานของสหกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น โปรแกรม GL ที่ช่วยในการบันทึกบัญชีและจัดทำรายงานการเงินได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งลดความผิดพลาดและ
เพิ่มความแม่นยำในการทำงาน ขณะที่โปรแกรมสินค้าได้ช่วยให้สามารถออกใบเสร็จให้สมาชิกที่มาซื้อสินค้าได้ทันที
ส่วนระบบเงินฝากทำให้สมาชิกสามารถเชื่อมั่นและติดตามข้อมูลบัญชีของตัวเองผ่านสมุดบัญชีที่ปรับตัวเลขได้ นอกจากนี้ สหกรณ์โคนมสีคิ้ว จำกัด ใช้โปรแกรม Smart 4M มานานถึง 18 ปี ซึ่งช่วยในการปิดงบการเงินปลายปีได้เร็วขึ้น ทำให้คณะกรรมการสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์และบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ยังได้เข้ามาส่งเสริมการอบรมใช้โปรแกรม Smart 4M ให้กับสมาชิกสหกรณ์ ซึ่งทำให้สมาชิกสามารถตรวจสอบพฤติกรรมทางการเงินของตนเองได้แบบเรียลไทม์ผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยไม่ต้องเดินทางมายังสหกรณ์ และยังช่วยลดการทุจริต เพิ่มความโปร่งใสในการบริหารงานของสหกรณ์อีกด้วย และส่งผลให้สหกรณ์มีการบริหารจัดการที่ดี
มีการจัดชั้นระบบการควบคุมภายในอยู่ในระดับดีมาก และได้รับรางวัลสหกรณ์ต้นแบบที่ใช้โปรแกรมระบบบัญชี
ที่พัฒนาโดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ นอกจากนี้ยังได้รับการคัดเลือกเป็น “สหกรณ์ดีเด่น” ระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ ประเภทสหกรณ์โคนม ประจำปี 2563

นายวีระ ขำมะลัง ประธานสหกรณ์โคนมสีคิ้ว กล่าวเพิ่มเติมว่า สหกรณ์พร้อมที่จะพัฒนาและปรับปรุง
การดำเนินงานของสหกรณ์ตามคำแนะนำของส่วนราชการ ทั้งนี้ เมื่อสหกรณ์เห็นผลการแจ้งเตือนและเฝ้าระวังการเตือนภัยทางการเงินของสหกรณ์ สหกรณ์ได้พิจารณาจัดสรรกำไรประจำปีของสหกรณ์ เข้าเป็นทุนสำรองเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์อีกด้วย

 นางวราภรณ์ พรหมมา กลุ่มสหกรณ์กสิกรรมไร้สารพิษในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภอวังน้ำเขียว จำกัด กล่าวว่า

เริ่มใช้โปรแกรม Smart 4M มาตั้งแต่ปี 2554 ในตอนนั้นโปรแกรม Smart 4M ซึ่งเป็นตอนที่โปรแกรมที่เริ่มพัฒนา และโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมฟรีจากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ทำให้สหกรณ์ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการลดต้นทุน
ในการจัดการบัญชีและข้อมูลการเงิน ซึ่งก่อนที่จะมีการใช้โปรแกรมนั้น การทำงานจะต้องทำด้วยมือ ซึ่งทำให้การปิดงบการเงินต้องรอจนถึงสิ้นปี และอาจทำให้มีความล่าช้าในการตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ แต่เมื่อมีการใช้โปรแกรม ระบบต่าง ๆ กลายเป็นระบบอัตโนมัติ ทำให้การตรวจสอบผลการดำเนินงานสามารถทำได้ตลอดเวลา และสามารถดูข้อมูลได้จากโทรศัพท์มือถือ ลดเวลาในการเดินทางไปที่สหกรณ์ รวมถึงสามารถตรวจสอบการเพิ่มขึ้นของเงินฝากหรือหุ้นภายใน
1 - 2 วัน การนำโปรแกรมอัตโนมัติเข้ามาใช้ในสหกรณ์กสิกรรมไร้สารพิษในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภอวังน้ำเขียว ถือเป็น
อีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และช่วยให้สหกรณ์สามารถให้บริการสมาชิกได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ ทางกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จะดำเนินการพัฒนาและต่อยอด โปรแกรม Smart 4M ให้มีความครอบคลุมในการจัดทำบัญชีในทุกด้าน และหวังว่าในอนาคตโปรแกรม Smart 4M จะเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิต และเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์และเกษตรกร สามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และการบริหารจัดการของสหกรณ์และเกษตรกรทั่วประเทศให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

 

 🔍 ธุรกิจพืชครบวงจร​  ข้าว​ ขนส่ง​และบริการ​(CPCRT)​ เครือเจริญโภคภัณฑ์​   ขับเคลื่อนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไท...