วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568

🧡📌 บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรของไทย

🚜 สยามคูโบต้า เดินเกมรุกตอกย้ำเบอร์หนึ่งตลาดเครื่องจักรกลการเกษตร ชูแคมเปญ “แคร์อุ่นใจ 5 ปี” กลยุทธ์บริการหลังการขาย สู่บทบาท Trusted Partner เสริมความเชื่อมั่นเกษตรกร พร้อมเสริมไลน์อัปผลิตภัณฑ์ หนุนตลาดสมาร์ทฟาร์มมิ่งเติบโต
📌 บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรของไทย เดินหน้ากลยุทธ์รักษาแชมป์ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวน ด้วยการยกระดับบทบาทจากผู้ผลิตเครื่องจักรเกษตร สู่พันธมิตรเกษตรกรไทย ชูบริการหลังการขายเป็นหัวใจหลักผ่านแคมเปญ “แคร์อุ่นใจ 5 ปี” ขยายการดูแลจาก 2 ปี เป็น 5 ปี และโปรแกรม Care Help Check รถพร้อม คนพร้อม” ดูแลทั้งเครื่องจักรและสุขภาพควบคู่กัน พร้อมเสริมศักยภาพเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ พร้อมเสริมพอร์ตด้วยไลน์อัปรุ่นใหม่รองรับเทรนด์ Smart Farming ในการขยายฐานเติบโตสู่ตลาดต่างประเทศที่สร้างรายได้ราว 40% ของรายได้รวม ตลอดจนการมุ่งเดินหน้าขยายขีดความสามารถเชิงรุกบนฐานนวัตกรรมและความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง
👉 นายปุณนะ วงศ์ธนาศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไปสายงานขายตลาด และบริการ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและภาคการเกษตรจะเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย แต่สยามคูโบต้ายังคงสามารถรักษาการเติบโตของธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยการเติบโตที่เกิดขึ้นมีปัจจัยสำคัญจากการดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกที่ไม่ยึดติดกับการแข่งขันด้านราคาเพียงด้านเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับลูกค้า ผ่านทั้งการการพัฒนานวัตกรรมสินค้า ควบคู่กับกลยุทธ์ด้านความเข้าใจ การยกระดับบริการหลังการขาย และโซลูชันทางการเงินเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
⚙️ “สยามคูโบต้ามีการยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขายผ่านแคมเปญ “แคร์อุ่นใจ 5 ปี” ที่ขยายระยะเวลาการดูแลจาก 2 ปี เป็น 5 ปี ครอบคลุมการตรวจเช็กมากกว่า 11 ครั้ง พร้อมส่วนลดอะไหล่บำรุงรักษาสูงสุด 20% สำหรับแทรกเตอร์คูโบต้า M-SERIES ซึ่งเป็นรุ่นยอดนิยมของเกษตรกร ด้วยแพ็กเกจการดูแลรักษาให้ฟรีตลอดอายุการใช้งาน ควบคู่กับระบบติดตามและให้คำปรึกษาแบบเรียลไทม์ผ่านวิดีโอคอลกับช่างผู้เชี่ยวชาญ สำหรับบริการดังกล่าวขับเคลื่อนโดยเครือข่ายทีมแคร์ที่แข็งแกร่ง ด้วยวิศวกรกว่า 1,700 คน กระจายอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งผ่านมาตรฐานการรับรองด้านเทคนิคและบริการ ทำให้สามารถเข้าไปดูแล ติดตาม และตรวจเช็กเครื่องจักรได้อย่างใกล้ชิด สร้างความมั่นใจให้เกษตรกรวางแผนการใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “Purchase Once, Lifetime Confidence” รวมทั้งยังมีโครงการ “KUBOTA Care Help Check รถพร้อม คนพร้อม” ดูแลเกษตรกรครบวงจร ทั้งตรวจเช็กบำรุงเครื่องจักร พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพและให้คำแนะนำการดูแลตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการเจ็บป่วยจากการทำงานในภาคการเกษตร”
🚂 นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนากลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ โดยเดินหน้าส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตรและโซลูชันเกษตรสมัยใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการทำเกษตรแบบ Smart Farming ที่เน้นการทำงานอย่างแม่นยำ บริหารจัดการด้านทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่แทรกเตอร์คูโบต้าเจเนอเรชันใหม่ อาทิ 
🌾🌾 แทรกเตอร์คูโบต้า รุ่น L5228 รองรับทั้งงานนาและงานไร่ และรถเกี่ยวนวดข้าวคูโบต้า รุ่น DC-120X Cabin ที่ออกแบบเพื่อการทำงานหนักในสภาพพื้นที่ท้าทาย ไปจนถึง Precision Farming อาทิ โดรนการเกษตร และโซลูชันการจัดการน้ำ ซึ่งช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ รวมทั้งการใช้แทรกเตอร์ติดแอร์ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนตลาดราว 5% และคาดว่าจะเติบโตเป็น 10% ในอนาคต โดยเฉพาะในกลุ่ม Smart Farmer และคนรุ่นใหม่ สะท้อนทิศทางการวางตำแหน่งแบรนด์สยามคูโบต้าที่ไม่ได้แข่งขันกับตลาดเดิม แต่เลือกสร้างตลาดใหม่จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป”
🎤 นายปุณนะ กล่าวเพิ่มเติมว่า สยามคูโบต้ามีการขับเคลื่อนภาคการเกษตรบนกลยุทธ์ความเข้าใจเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง โดยมองลึกไปถึงข้อจำกัดจริงของการทำเกษตรในแต่ละพื้นที่ ทั้งต้นทุน ความเสี่ยงด้านผลผลิต และพฤติกรรมการตัดสินใจของเกษตรกร ก่อนนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้มาปรับใช้ในรูปแบบ Precision Farming ที่สอดคล้องกับบริบทการใช้งานจริง ตั้งแต่การจัดการดิน เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และน้ำอย่างแม่นยำตามช่วงเวลาและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยให้เกษตรกรลดความสูญเสียจากการลงทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต่อไร่ และบริหารต้นทุนได้อย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น สะท้อนการยกระดับบทบาทของสยามคูโบต้าจากผู้จำหน่ายเครื่องจักร สู่พันธมิตรทางธุรกิจที่ร่วมออกแบบวิธีทำเกษตรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของเกษตรกรและภาคการเกษตรไทยในระยะยาว นอกจากนี้ยังพัฒนาความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กรมการข้าว และกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะอาชีพ และรูปแบบการทำเกษตรที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ควบคู่กับการขับเคลื่อนความยั่งยืน อาทิ สนับสนุนการทำนาโลว์คาร์บอน และแนวคิด Zero Broadcast การทำนาปลอดนาหว่าน โดยมี “คูโบต้าฟาร์ม” เป็นต้นแบบที่พิสูจน์แล้วว่าเกษตรยั่งยืนสามารถทำได้จริง
🧡 “สยามคูโบต้าไม่ได้มองบทบาทของตนเองเพียงผู้จำหน่ายเครื่องจักรกลการเกษตร แต่เป็นพันธมิตรที่ร่วมเดินไปกับเกษตรกรในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตัดสินใจลงทุน การใช้งานจริง ไปจนถึงการดูแลหลังการขาย พร้อมยกระดับเกษตรกรไทยให้เป็น Smart Farmer ที่สามารถบริหารจัดการเพาะปลูก เพิ่มปริมาณผลผลิตและรายได้อย่างมั่นคง ดังนั้น เราจึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายบริการ และส่งเสริมองค์ความรู้ให้เกษตรกรอย่างครบวงจร ซึ่งจะนำไปความสำเร็จและความยั่งยืนร่วมกัน 
👩‍🔧 อนาคตของเราคูโบต้านอกจากเน้น Horse Power แต่เราอยากเป็น Knowledge Power ของเกษตรกรด้วย” นายปุณนะ กล่าวทิ้งท้าย
สามารถสอบถามข้อมูลและรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญสยามคูโบต้าได้ที่ 1747 พร้อมติดตามข่าวสารและแนวคิดการทำเกษตรยุคใหม่ได้ทาง www.siamkubota.co.th และ Facebook Fanpage: Siam Kubota Thailand

วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568

🔊 กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย

🐃 กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลัก "ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย"
👉 วันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 16.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์
แถลงข่าวการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้หลัก "ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย" พร้อมด้วยผู้บริหารกรมปศุสัตว์ สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 13 - 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยการแถลงข่าวในครั้งนี้ มีการจัดแสดงพันธุ์กระบือปลักไทย และผลิตภัณฑ์จากกระบือ ณ ลานเอนกประสงค์ หน้าตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพมหานคร
🩺 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสายพันธุ์กระบือปลักไทยให้มีลักษณะดี มีคุณภาพ เพิ่มจำนวนกระบือ อันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย
📌 โดยใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่นำกระบือไปใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร ต่อยอดการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย 
👉 กรมปศุสัตว์ได้สนองพระราชดำริร่วมดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยดำเนินการบริการผสมเทียมกระบือที่มีความพร้อมโดยใช้น้ำเชื้อกระบือพ่อพันธุ์ชั้นดีของกรมปศุสัตว์ และสนับสนุนพ่อพันธุ์กระบือปลักไทยในการคุมฝูงและปรับปรุงสายพันธุ์ในฝูงกระบือของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีกระบือตั้งท้องจากการผสมเทียมและใช้พ่อพันธุ์คุมฝูง จำนวนกว่า 400 ตัว และมีลูกกระบือเกิดใหม่มากกว่า 500 ตัว สำหรับงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 กำหนดจัดงานจริง ในระหว่างวันที่ 13 - 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์
เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในด้านการพัฒนาการปศุสัตว์ เพื่อจัดประกวดแข่งขันกระบือปลักไทยซึ่งเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ให้เกษตรกร และประชาชนผู้สนใจได้รู้จักการคัดเลือกกระบือปลักไทยพันธุ์ดีไว้ขยายพันธุ์ และได้รับองค์ความรู้ด้านการจัดการ การเลี้ยงกระบือปลักไทย การปรับปรุงพันธุ์ การป้องกันโรคระบาด การพัฒนาด้านเทคโนโลยีอาหารสัตว์ รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตกระบือปลักไทยที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแสดงผลงานในการพัฒนาการผลิตกระบือปลักไทย ตลอดห่วงโซ่การผลิตถึงการบริโภค ระหว่างหน่วยงานรัฐ องค์กรภาคเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการ และองค์กรภาคเอกชน โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย 
🎤 การจัดนิทรรศการ จำนวน 2 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย รวมถึงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย อันเป็นสัตว์เศรษฐกิจและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โซนที่ 2 โซนนิทรรศการ “วิถีชีวิตคนเลี้ยงควาย ควายเลี้ยงคน” นำเสนอและออกแบบนิทรรศการที่แสดงเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง "คน" กับ "ควาย" ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านไทยมาอย่างยาวนาน เช่น การไถนา การเดินทาง การแสดงในประเพณีท้องถิ่น การพัฒนาอาชีพ โดยนำผลิตภัณฑ์จากควายมาร่วมแสดง และจำหน่าย เช่น เนื้อควาย กาแฟนมควาย กาแฟขี้ควาย ปุ๋ย ผ้ามูลมงคล และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมถึงการนำควายแสนรู้และเชื่อง มาแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วม เช่น ให้อาหารควาย เป็นต้น
🦬 กิจกรรมการประกวดและแข่งขันประกวดกระบือปลักไทย 16 รุ่น
1) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
2) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
3) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
4) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
5) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
6) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
7) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
8) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
9) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
10) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
11) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
12) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
13) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
14) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
15) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือโดเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
16) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
🏆ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 3 ถ้วย
1. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศผู้ 1 รางวัล
2. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศเมีย 1 รางวัล
3. ถ้วยรางวัลพระราชทานกระบือปลักไทยยอดเยี่ยม ประเภทการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร 1 รางวัล
โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการนำกระบือเข้าประกวด ต้องมีผลการตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการว่า เป็นกระบือปลักไทย โดยมีรูปร่างลักษณะตรงตามอัตลักษณ์ ลักษณะประจำพันธุ์ของกระบือปลักไทย ตามการขึ้นทะเบียนพันธุ์สัตว์ ของกรมปศุสัตว์ “กระบือปลักไทย DLD BU 01/2023” และต้องมีเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ติดอยู่ที่ตัวกระบือแบบถาวร เช่น ติดเบอร์หูพลาสติก การสักเบอร์หู หรือมีการฝังไมโครชิฟ
🤝 “กระบือที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ สำหรับเพศผู้จะมีการเก็บรักษาพันธุกรรมกระบือปลักไทย (จำนวนไม่น้อยกว่า 500 โดส) น้ำเชื้อที่รีดแล้วถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของทางกรมปศุสัตว์ เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย และนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของ
กรมปศุสัตว์ต่อไป” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด./

วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568

⛴️ กรมประมง เปิดบ้านต้อนรับ คณะผู้แทนจีน หารือ-กระชับความร่วมมือประมงลุ่มน้ำโขง–แยงซี

⚓กรมประมง...ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อหารือถึงความร่วมมือด้านการประมงในลุ่มน้ำโขง–แยงซี
🤝 เป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการประมงในระดับภูมิภาค พร้อมโชว์ศักยภาพทางวิชาการและเทคโนโลยี นำคณะเยี่ยมชมธนาคารดีเอ็นเอ ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีชีวภาพและการอนุรักษ์พรรณไม้น้ำ และศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการทำประมงของกรมประมง เพื่อแลกเปลี่ยนกลไกสกัด IUU Fishing ด้วยระบบเฝ้าระวังและการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม 
👉 นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 – 17 ธันวาคม 2568 คณะผู้แทนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน นำโดยนายอู๋ เจี้ยนผิง (WU Jianping) ผู้อำนวยการกองกำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมาย สำนักงานกำกับดูแลและบริหารจัดการประมงลุ่มน้ำแยงซี สาธารณรัฐประชาชนจีน 
📍ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและกิจการชนบทของสาธารณรัฐประชาชนจีน (Ministry of Agriculture and Rural Affairs) ที่มีหน้าที่หลักเกี่ยวกับการบริหารจัดการและกำกับดูแลกิจกรรมประมงและทรัพยากรทางน้ำในลุ่มน้ำแยงซี รวมทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมายเพื่อการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำและพืชน้ำด้วย ได้เดินทางมาเยือนกรมประมง ประเทศไทยในครั้งนี้ เพื่อหารือถึงความร่วมมือด้านประมง แลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการประมง 
⛴️ โดยกรมประมงได้มีการนำเสนอแผนพัฒนาด้านประมงในพื้นที่แม่น้ำโขง พ.ศ.2566 – 2570 ซึ่งมุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างมีส่วนร่วม ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ และส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อความยั่งยืนและความมั่นคงทางอาหารของชุมชนริมฝั่งโขง ส่วนสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มีการนำเสนอมาตรการห้ามการทำประมงในแม่น้ำแยงซี เป็นระยะเวลา 10 ปี โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2564  
📌ซึ่งมุ่งเน้นการฟื้นฟูทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพและคืนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำในลุ่มน้ำแยงซีอย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตสัตว์น้ำที่ลดน้อยลง ซึ่งโครงการได้ดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว จึงได้มีการติดตามสภาวะทรัพยากรสัตว์น้ำในลุ่มน้ำแยงซีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินผลการดำเนินมาตรการดังกล่าว ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องยังต้องสนับสนุนการดำรงชีพของชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวด้วย 
⛴️ นอกจากนี้ ทางกรมประมง ยังได้นำคณะผู้แทนเยี่ยมชมสถานที่สำคัญภายในกรมประมง อาทิ ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีชีวภาพและการอนุรักษ์พรรณไม้น้ำ ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยและขยายพันธุ์พรรณไม้น้ำด้วยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อที่ทันสมัย ธนาคารดีเอ็นเอที่ใช้สำหรับจัดเก็บรวบรวมข้อมูลพันธุกรรมสัตว์น้ำเพื่อเป็นฐานข้อมูลอ้างอิงในการศึกษาวิจัยและวิเคราะห์ในอนาคต และศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการทำประมงของกรมประมง (FISHERIES MONITORING CENTER : FMC) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการตรวจสอบและควบคุมเรือประมงผ่านระบบเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ โดยทางศูนย์ FMC ได้มีการนำเสนอกลไกการดำเนินงานของศูนย์ เพื่อเป็นการป้องกันการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) ซึ่งใช้ระบบติดตามเรือประมง (Vessel Monitoring System : VMS) ในการตรวจสอบตำแหน่งและพฤติกรรมการทำการประมงตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนและมีธรรมาภิบาล
 
🤝  กรมประมง หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยบูรณาการองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการลุ่มน้ำข้ามพรมแดนให้เกิดความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม และในอนาคตหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งสองประเทศจะร่วมกันยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรประมงและสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำร่วมกันอย่างบูรณาการและยั่งยืน

วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568

🔊 นิว ฮอลแลนด์ ฉลองวาระครบรอบ 130 ปีจัดงาน New Holland Day ครั้งแรกในประเทศไทยนครสวรรค์, ประเทศไทย


🟦 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568 – นิว ฮอลแลนด์ แบรนด์ในเครือบริษัทซีเอ็นเอช เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 130 ปี ด้วยการจัดงาน New Holland Day ครั้งแรกในประเทศไทย 
📌 ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นเพื่อยกย่องและสืบสานมรดกของแบรนด์ โดยงานจัดขึ้น ณ แปลงสาธิตนิว ฮอลแลนด์ ภายในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครสวรรค์ (NSCAT) และได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ พันธมิตรในอุตสาหกรรม และสื่อมวลชน เข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์แบบใกล้ชิดกับเครื่องจักรกลการเกษตรล้ำสมัยและเทคโนโลยีสมาร์ทฟาร์มมิ่ง
👉 คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้เกียรติเข้าร่วมงานในฐานะแขกผู้มีเกียรติ พร้อมด้วย นายสุริยะ คำปวง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และ นายทองอาบ บุญอาจ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครสวรรค์
งาน New Holland Day จัดขึ้นต่อเนื่องหลังจากการเปิดตัวรถแทรกเตอร์รุ่นพิเศษ TT3.50 130 ปี ลิมิเต็ดอิดิชัน ครบรอบ 130 ปี เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ในงานเกษตรแฟร์ที่ผ่านมา โดยรุ่นพิเศษนี้โดดเด่นด้วยสีน้ำเงินเข้ม (Profondo Blue) เมทัลลิกระดับพรีเมียม พร้อมการติดลวดลายฉลองการครบรอบ ที่ออกแบบให้ใช้เฉพาะในประเทศไทย เพื่อสะท้อนเจตนารมณ์ในการสืบสานมรดกแห่งความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการยกระดับศักยภาพของเกษตรกรไทย
🚜 “รถแทรกเตอร์รุ่นพิเศษคันนี้ไม่ใช่แค่เครื่องจักร แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางร่วมกับเกษตรกรไทยและเกษตรกรทั่วโลกมากว่า 130 ปี” คุณมาร์ค บรินน์ กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่น บริษัท ซีเอ็นเอช กล่าว “ดีไซน์ใหม่ที่โดดเด่นนี้สะท้อนถึงการก้าวไปสู่อนาคตอย่างกล้าหาญของเรา ที่พร้อมด้วยประสิทธิภาพและความยั่งยืนที่มากยิ่งขึ้น”
🟦 มรดกแห่งความแข็งแกร่ง สู่อนาคตแห่งนวัตกรรม
นิว ฮอลแลนด์ มีรากฐานในประเทศไทยที่สืบเนื่องมาจากมรดกอันน่าเชื่อถือของแบรนด์ ฟอร์ด นิว ฮอลแลนด์ (Ford New Holland) ซึ่งเกษตรกรรุ่นแล้วรุ่นเล่าทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่างไว้วางใจในความทนทานและประสิทธิภาพของรถแทรกเตอร์สีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
📌 เพื่อสนับสนุนเกษตรกรในจังหวัดนครสวรรค์ นิว ฮอลแลนด์ ได้มอบรถแทรกเตอร์ใหม่จำนวน 2 คัน ได้แก่รุ่น TT3.50 และ TT2.50 รวมถึงเครื่องบีบอัดและเครื่องสับย่อยพืชอย่างละหนึ่งเครื่อง ให้เกษตรกรได้ทดลองใช้งานเป็นเวลาสามเดือน
👉 โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการนำเครื่องจักรกลการเกษตรมาใช้ในการทำงาน เพื่อเพิ่มความยั่งยืนและประสิทธิภาพ ลดการเผาเศษซากพืชในที่โล่ง และช่วยให้การจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรเป็นระบบมากขึ้น
⚙️ “การใช้เครื่องจักรกลการเกษตรไม่ได้ช่วยเพียงเพิ่มผลผลิตเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยส่งเสริมอากาศที่สะอาดขึ้น ปรับปรุงสุขภาพของดิน ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มรายได้ของเกษตรกรในระยะยาว” มาร์ค กล่าว
🔵 การสาธิตภาคสนามแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมของเครื่องจักรนิว ฮอลแลนด์ ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยการใช้ปัจจัยการผลิตให้น้อยลง ช่วยให้การทำเกษตรกรรมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
🚜 ภายในงานมีการนำเสนอรถแทรกเตอร์รุ่น TT2.50 และ TT3.50 Compact Series สำหรับการใช้งานด้านการคลุมดิน ไถพรวน และเตรียมแปลงเพาะปลูก ขณะที่ T4.65 และ T4.90 Utility Series สะท้อนถึงความอเนกประสงค์ของนิว ฮอลแลนด์ในการรองรับการทำเกษตรกรรมแบบหลากหลายรูปแบบ ปิดท้ายด้วยรถแทรกเตอร์สมรรถนะสูงในกลุ่ม T6 และ T7 Series ที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงด้านการทำเกษตรแม่นยำ (Precision Farming) และระบบควบคุมการทำงานอัตโนมัติ (Auto Guidance)
🤝 130 ปีแห่งความร่วมมือและความก้าวหน้า แคมเปญ “130th Anniversary” ของนิว ฮอลแลนด์ ที่เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เป็นการเฉลิมฉลองและขอบคุณผู้แทนจำหน่าย ลูกค้า และพันธมิตร ที่มีบทบาทสำคัญในการร่วมสร้างการเติบโตและความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดไทย
🎉 “วาระครบรอบนี้คือการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์และนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนวงการเกษตรมาเป็นเวลามากว่าศตวรรษ เรารู้สึกซาบซึ้งและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ยืนเคียงข้างเกษตรกรไทยในเส้นทางสู่การเกษตรยุคใหม่ไปด้วยกัน” คุณมาร์ค บรินน์ กล่าวปิดท้าย
🟦 ตลอด 130 ปีที่ผ่านมา นิว ฮอลแลนด์ ได้สนับสนุนเกษตรกรด้วยเทคโนโลยี โซลูชัน และบริการที่จำเป็นต่อการเกษตรที่มีประสิทธิภาพ
👍 นิว ฮอลแลนด์ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าผ่านเครื่องจักรเกษตรและอุปกรณ์ก่อสร้างขนาดเล็กหลากหลายประเภทมาอย่างยาวนาน ด้วยเครื่องจักรที่ใช้เทคโนโลยีเชื้อเพลิงทางเลือกล่าสุด นิว ฮอลแลนด์ จึงกลายเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดในภาคการเกษตร นอกจากนี้ ความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมของเรายังรองรับด้วยบริการเชื่อมต่อแม่นยำ พร้อมเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วโลกที่เข้าถึงพื้นที่อย่างแข็งแกร่ง ให้กับลูกค้าในทุกฤดูกาล
นิว ฮอลแลนด์ เป็นแบรนด์ของบริษัท ซีเอ็นเอช อินดัสเทรียล N.V. (NYSE: ซีเอ็นเอช) บริษัทผู้ให้บริการและผู้ผลิตอุปกรณ์ชั้นนำระดับโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ซีเอ็นเอช ได้ทาง www.cnh.com
👉 ผู้ติดต่อสำหรับสื่อมวลชน:
ชนมน ยาหยี (ปาม)        พัชร์สุรางค์ เดชาพุทธรังสี (แคนดี้) 
โทรศัพท์: +66 95 818 6603        โทรศัพท์: +66 80 772 9430
อีเมล: Chanamon.yayee@finnpartners.com        อีเมล: phatsurang.dechabuddharungsi@cnhind.com

📌 ทำไม่พัก! ชป.เดินหน้าต่อเนื่อง ลุยกำจัดผักตบ–ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ

👉 กรมชลประทาน เดินหน้ากำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำในแม่น้ำ ลำคลอง หวังเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้สะดวกมากยิ่งขึ้น พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง
🍀 ภารกิจกำจัดวัชพืช
📍 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน
บริเวณ คลองทราย บ้านทุ่งป่ากระถิน ตำบลพญาแมน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์
📍โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานเรศวร
บริเวณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานเรศวร ตำบลพรหมพิราม อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก
📍โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าพระยา 
บริเวณ หน้าเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท
📍โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลเทพ
บริเวณ ทุ่นดักผักตบชวาหน้าประตูระบายน้ำพลเทพ ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท
📍โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา
บริเวณ ด้านหน้าประตูระบายน้ำสองพี่น้อง ตำบลบางสาม อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี
📍โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปากพนังบน
บริเวณ คลองสาย D1 ตำบลท่าเสม็ด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช
💦 ภารกิจติดตั้งเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมขัง 
📍สำนักงานชลประทานที่ 12 
1.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา จำนวน 42 เครื่อง ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี อาทิ
บริเวณ ตำบลบ้านแหลม,ตำบลโครกคราม,ตำบลวัดดาว อำเภอบางปลาม้า จำนวน 31 เครื่อง 
บริเวณ ตำบลบางตะเคียน,ตำบลบางพลับ,ตำบลต้นตาล อำเภอสองพี่น้อง จำนวน 11 เครื่อง
2.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสามชุก จำนวน 7 เครื่อง ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี 
บริเวณ ตำบลสระแก้ว อำเภอเมือง  
3.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายางมณี จำนวน 20 เครื่อง ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง 
บริเวณ ตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก 
4.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชัณสูตร จำนวน 1 เครื่อง
บริเวณ ตำบลหลักแก้ว อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง 
5.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผักไห่ จำนวน 3 เครื่อง
บริเวณ ตำบลไผ่กองดิน อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี และ ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 
📍สำนักงานชลประทานที่ 15
บริเวณ เทศบาลนครศรีธรรมราช ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 
📍สำนักงานชลประทานที่ 17
บริเวณ บ้านชุมบก หมู่ที่ 9 ตำบลเกาะสะท้อน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส
👉 ทั้งนี้ กรมชลประทานยังคงเดินหน้าบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งให้ทั่วถึงและสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน ตามลำดับความสำคัญของกิจกรรมการใช้น้ำ เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ รวมไปถึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ยังคงประสบภัยน้ำท่วมในบางพื้นที่ จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ หากประชาชนหรือหน่วยงานต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อโครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วนกรมชลประทาน 1460

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568

👉👉 กรมชลฯ kick off ส่งเสริมนาเปียกสลับแห้งสู่การขยายผลพื้นที่ชลประทาน แปลงต้นแบบ “สุขเต็มนา RIo10@ทุ่งบางกุ่ม”

🔵 วันที่ 15 ธันวาคม 2568 สำนักงานชลประทานที่ 10 กรมชลประทาน จัดกิจกรรม kick off ส่งเสริมนาเปียกสลับแห้งสู่การขยายผลพื้นที่ชลประทาน 
📌 ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อลดการใช้น้ำและเพิ่มผลผลิตเชื่อมโยงการลดภาวะโลกร้อน (Carbon Credit) นำสู่การเพิ่ม Water Productivity โดยมี นายองอาจ แสนอุบล ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 10 พร้อมด้วย ดร.วัชระ เสือดี ที่ปรึกษากรมชลประทาน และประธาน INWEPF
👉 นายไชยวัฒน์ คุณวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเริงราง ผู้แทนจากหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และภาคเอกชน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องและเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม ณ แปลงต้นแบบ “สุขเต็มนา RIo10@ทุ่งบางกุ่ม” อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี 
📍ภายในงานประกอบด้วยการบรรยาย การขับเคลื่อนโครงการฯ ในพื้นต้นแบบทุ่งบางกุ่ม การส่งเสริมนาเปียกสลับแห้งสู่การขยายผลพื้นที่ชลประทาน การสาธิตการเพาะกล้า และความรู้เกี่ยวกับปุ๋ย Low Carbon  
📌 โดยได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมให้ความรู้เพื่อขับเคลื่อนโครงการฯ และร่วมกิจกรรมปักดำกล้าและสาธิตการทำนาโดยใช้รถดำนา ภายในแปลงนาต้นแบบ “สุขเต็มนา RIo10@ทุ่งบางกุ่ม” 
🟦 ทั้งนี้  สำนักงานชลประทานที่ 10 มีพื้นที่ชลประทานประมาณ 2.5 ล้านไร่ มีแผนการเพาะปลูกนาปรังปีละประมาณ 1.43 ล้านไร่ ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่อู่ข้าวอู่น้ำของลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง เกษตรกรส่วนใหญ่ยังทำนาน้ำขังรูปแบบเดิม การสร้างต้นแบบนาหว่านและนาดำ จำนวน 50 ไร่ ที่ตำบลบ้านหลวง อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ภายใต้ชื่อแปลงต้นแบบ “สุขเต็มนา Rio10@ทุ่งบางกุ่ม” 
👉 เพื่อใช้เป็นแหล่งสาธิตและเรียนรู้กระบวนการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง สู่การขยายผลพื้นที่ชลประทานของกลุ่มผู้ใช้น้ำทุ่งบางกุ่ม จำนวน 83,400 ไร่ รวมถึงพื้นที่ชลประทานในเขตสำนักงานชลประทานที่ 10 
📍โดยตั้งเป้าหมายเพื่อผลิตข้าวคุณภาพ สร้างแบรนด์เฉพาะของกลุ่มผู้ใช้น้ำบางกุ่มสู่ตลาดสากล สร้างรายได้ให้เกษตรกรไม่น้อยกว่า 3 เท่าจากปัจจุบัน โดยใช้ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ พลิกฟื้นการทำนา
📌 โดยใช้รูปแบบนาเปียกสลับแห้ง เพื่อมุ่งลดการใช้น้ำให้น้อยลง เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการชลประทานให้สูงขึ้นและเพิ่มผลผลิตต่อไร่จากกระบวนการเปียกสลับแห้งแกล้งข้าว สามารถเชื่อมโยงกับมาตรการแนวทางการลดโลกร้อน
📍 โดยการขายคาร์บอนเครดิต เพิ่มรายได้อีกช่องทางหนึ่งให้เกษตรกร นำมาซึ่งการเพิ่ม water productivity ให้สูงขึ้นอีกด้วย

 🔍 ธุรกิจพืชครบวงจร​  ข้าว​ ขนส่ง​และบริการ​(CPCRT)​ เครือเจริญโภคภัณฑ์​   ขับเคลื่อนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไท...