วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

🔊 ธรรมนัส เปิดสัมมนา รวมพลังเครือข่ายสหกรณ์ฯ ปลดล็อคกับดักกฎกระทรวงฯ ก้าวสู่ความยั่งยืนด้วยหลักคิด WIN : WIN

👉👉วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย (สสท.)  
📌ร่วมกับ ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย (ชสอ.) สมาพันธ์สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งประเทศไทย (สฌท.) ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูไทย (ชสอค.) และชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย (ชสค.) ร่วมจัดสัมมนา : รวมพลังเครือข่ายสหกรณ์และสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ : ก้าวสู่ความยั่งยืนด้วยหลักคิด WIN : WIN จาก 3 กระทรวงหลัก 4 องค์กรขับเคลื่อน อีก 109 เครือข่ายสนับสนุน ณ ห้องไดมอนด์ ฮอลล์ ชั้น 5โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 
📌โดยมีร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด และนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ประธานฯ      สันนิบาตสหกรณ์ฯ กล่าวรายงาน 
👉ทั้งนี้ภายในการสัมมนา มีการนำเสนอประเด็นปัญหาและแนวทางที่ต้องการของ5 องค์กร ประกอบด้วย  1.) นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ประธานฯ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย (สสท.) กล่าวว่า ขบวนการสหกรณ์ทั้งประเทศมีสมาชิกรวมกว่า 11.86 ล้านคน และสินทรัพย์รวมกว่า 4.1 ล้านล้านบาท 
การจัดสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อร่วมกันนำเสนอประเด็นปัญหาและข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาล เพื่อแก้ไขอุปสรรคข้อขัดข้องที่มีต่อการดำเนินงานของสหกรณ์ทั้งระบบ และวิกฤตหนี้สินของสมาชิก
📌โดยนำเสนอประเด็นปัญหาทางกฎหมาย อาทิ การจำกัดเขตพื้นที่ดำเนินงาน (กฎกระทรวงฯ กำหนดลักษณะ วัตถุประสงค์ และขอบเขตแห่งการดำเนินกิจการของสหกรณ์แต่ละประเภทที่จะรับจดทะเบียน พ.ศ. 2567) /การบังคับให้ผู้จัดการสหกรณ์พ้นจากตำแหน่ง (ระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ ว่าด้วยการกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งฯ ปี 2565) /การเงินและการลงทุนของสหกรณ์(กฎกระทรวงว่าด้วยการฝากเงินและการลงทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนพ.ศ.2567)/วิกฤตหนี้สินครูและแนวทางการแก้ไขปัญหา ว่าด้วย ระเบียบการหักเงินเดือน 30 %  การแก้ไขปัญหาหนี้บำเหน็จค้ำประกัน และโครงการกองทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และเรื่องการจัดสวัสดิการฌาปนกิจสงเคราะห์ ขอให้ แก้ไขประกาศกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ผลักดันพระราชบัญญัติฌาปนกิจสงเคราะห์เร่งรัดการออกกฎหมายฉบับใหม่ เพื่อความชัดเจนและเป็นสากลในการบริหารงาน และการตีความการับฝากเงินให้สามารถฝากเงินกับสหกรณ์หรือชุมนุมสหกรณ์ได้เพื่อบริหารเงินกองทุนให้งอกเงย 2. )ดร.มะณู  บุญศรีมณีชัย ประธานฯ ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย (ชสอ.)  ประเด็นปัญหาการแก้ไขกฎกระทรวง/ระเบียบ และคำสั่งนายทะเบียน 
📍โดยนำเสนอ แนวทางแก้ไขปัญหาเร่งด่วนประกอบด้วยเรื่อง  ขนาดสหกรณ์ ต้องได้รับการแก้ไข,สัดส่วนการลงทุน, ระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ ยกเลิกเรื่องวาระผู้จัดการสหกรณ์ วาระกรรมการ (มาตรา 50) ต้องได้รับการแก้ไข 3.) นายสมพล ตันติสันติสม ประธานสมาพันธ์สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งประเทศไทย (สฌท.) นำเสนอแนวทาง แก้ไข ประกาศฯ เรื่อง วิธีการจ่ายเงินค่าจัดการศพ หรือค่าจัดการศพและสงเคราะห์ใช้จ่าย, การเก็บรักษาเงินของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. ตามร่างที่เสนอ / ควรปรับอัตราศพ ตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินค่าสมัคร เงินค่าบำรุง และเงินสงเคราะห์พ.ศ. 2547 จากเดิมเพิ่มแต่ละระดับตามร่าง/ เสนอให้กระทรวงฯ ออกหนังสือแจ้งให้ทางสมาคมสามารถแจ้งสมาชิกได้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 เพื่อเป็นหลักฐานในการปฏิบัติงาน 4 .)นายอุทัย ศรีเทพ ประธานฯ ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูไทย (ชสอค.) นำเสนอประเด็นการแก้ไขปัญหาหนี้สินของครูไทยที่เกิดจากระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการหักเงินเดือนบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อชำระหนี้เงินกู้  ส่งผลต่อการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญมีผลกระทบไปถึงสมาชิก รวมไปถึงหนี้บำเหน็จค้ำประกันทำให้สมาชิกสหกรณ์สร้างหนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการ เป็นศูนย์กลางหาวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือให้ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูไทย จำกัด เป็นศูนย์กลางในการกระจายเงินลงไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 
📍นอกจากนี้ต้องสร้างความตระหนักให้กับผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีวินัยทางด้านการเงิน และการออมเพื่อความสุขของชีวิตการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู จึงจะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน    5.) 
👉 นายธิบดี ศรีสมบัติ ประธานฯ ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย (ชสค.) กล่าวถึง ผลกระทบจากกฎกระทรวงเรื่อง การจำกัดเขตพื้นที่ดำเนินงานที่กำหนดให้สหกรณ์ประเภทเครดิตยูเนี่ยนเฉพาะในอำเภอเดียวกัน เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการเลือกใช้บริการสหกรณ์ที่มีประสิทธิภาพก่อให้เกิดการผูกขาดในเขตพื้นที่ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของสินค้าและบริการ/ กฎกระทรวงข้อ 30, ข้อ 31  ส่งผลต่อการจัดหาปัจจัยการผลิตและสินค้ามาจำหน่ายแก่สมาชิก 
 ภายหลังการนำเสนอปัญหาแนวทางแก้ไข ได้มีการยื่นเอกสารรวมถึงรับฟังนโยบายจาก 3 กระทรวงหลัก จาก 
📌ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนจากกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ 
📍เพื่อหารือและหาทางออกร่วมกันซึ่งจากการนำเสนอของทุกหน่วยและภาครัฐได้ข้อสรุปว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากระบบสหกรณ์ล้มเหลว แต่เกิดจาก กับดักกฎระเบียบ (Regulatory Trap) ที่ไม่ยืดหยุ่น และการขาดสภาพคล่องในกลุ่มเปราะบางบางกลุ่ม การแก้ไขตามข้อเสนอข้างต้น โดยเฉพาะการปลดล็อคข้อจำกัดการลงทุนและการแก้หนี้สินครู จะช่วยให้ระบบสหกรณ์ทำหน้าที่เป็น "ตาข่ายรองรับทางสังคม (Social Safety Net) ให้กับประชาชนฐานรากได้อย่างแท้จริง
 

 

💂แม่ทัพกุ้ง" ลุยนำทัพลงแขกเกี่ยวข้าว! พร้อมให้กำลังใจเกษตรกรสู้ภัยน้ำท่วม

🔊แม่ทัพกุ้ง" ลุยนำทัพลงแขกเกี่ยวข้าว! พร้อมให้กำลังใจเกษตรกรสู้ภัยน้ำท่วม ย้ำ"สวนพรรณสิน" เป็นศูนย์เรียน รู้ด้านการเกษตร พร้อมปลูกฝังเยาวชนให้เห็นคุณค่า วิถีชีวิต "ข้าวไทย"
👉สกลนคร ที่ สวนพรรณสิน อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร พลโทบุญสิน พาดกลาง (แม่ทัพกุ้ง) ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก และนายทหารราชองครักษ์พิเศษ อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ นำกำลังพลและเยาวชนลงแขกเกี่ยวข้าว สืบสานวิถีชาวนาไทย ท่ามกลางบรรยากาศการเรียนรู้และการให้กำลังใจที่อบอุ่น โดยมีประชาชน เยาวชนนักเรียน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างคับคั่ง 
💂พลโทบุญสิน ได้กล่าวให้กำลังใจพี่น้องชาวนาไทยทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจาก อุทกภัย ที่ผ่านมาอย่างหนัก พร้อมย้ำถึงเกียรติของอาชีพชาวนา
📣"อาชีพชาวนาคือวิถีชีวิตดั้งเดิมที่หล่อเลี้ยงพวกเรามาตั้งแต่บรรพบุรุษ เป็นอาชีพที่เสียสละเพื่อคนไทยทั้งประเทศ ผมขอแสดงความเสียใจกับพี่น้องเกษตรกรที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านมีพลังในการฟันฝ่าอุปสรรค และขอให้รักษามาตรฐานการผลิตที่ดี 
🌾เพื่อให้ข้าวไทยมีคุณภาพ ทั้งนี้ในด้านการตลาดได้มีโครงการ Sirin และแบรนด์ ข้าวแม่ทัพไทย ซึ่งเป็นข้าวอินทรีย์ปลอดสารพิษ มาช่วยด้านการตลาด โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ผมพร้อมยืนเคียงข้างพี่น้องชาวนาไทยทุกคน" พลโทบุญสิน กล่าว
เปิดศูนย์เรียนรู้: ถ่ายทอดวิถีชีวิต-ปลูกฝังคุณค่าข้าว และเกษตรไทย
📌พลโทบุญสิน ยังได้ระบุได้ว่า สวนพรรณสิน ซึ่งปลูกข้าวพันธุ์คุณภาพอย่าง ข้าวนิลสุรินทร์ ( มีกลิ่นหอม หุงขึ้นหม้อ และเคยนำทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็น ศูนย์การเรียนรู้ถาวร ของ กรมทหารราบที่ 3 สำหรับเยาวชนคนรุ่นหลัง โดยเฉพาะนักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ ให้ได้เข้ามาสัมผัสและเรียนรู้ถึงวิถีชีวิตชาวนา และคุณค่าของข้าวแต่ละเม็ด
📍* เรียนรู้คุณค่าและวิถีชีวิต: ให้เยาวชนได้เห็นถึงความยากลำบากในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การทำนา การเกี่ยวข้าว การสีข้าว รวมถึงการปลูกพืชหลังฤดูทำนาแบบใช้น้ำน้อย
📌* สร้างพลเมืองดี: สอดแทรกความรู้เรื่องศิลปะ การเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง การเคารพในบรรพบุรุษ และการยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ
บรรยายพิเศษ: เชื่อมโยงอารยเกษตรสู่การพัฒนาชุมชน
นอกจากกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าวแล้ว 
🎤ภายในงานยังมีการจัด การบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ "พื้นที่ต้นแบบ 'สวนพรรณสิน' และ พื้นที่ใกล้เคียงโดยรอบ ณ สกลนคร เกี่ยวกับ Innovation Grow Eco Village ออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม เชื่อมโยงอารยเกษตรในพื้นที่" โดย นายปรเมศวร์ สิทธิวงศ์ ประธานและคณะกรรมการฯ Grow Longevity Ecovillage: Khao Yaiเพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านนวัตกรรมการเกษตรและการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบให้เกิดความยั่งยืนต่อไป
ทั้งนี้ พลโทบุญสิน ยังได้ย้ำในฐานะที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ว่าการพบปะกับเยาวชนเป็นภารกิจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและให้กำลังใจลูกหลานไทย ให้เป็นคนดีและเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป

🔊“ธรรมนัส“ นำทัพ 4 กระทรวงกล้าธรรมลุยหาดใหญ่ต่อ หลังวิกฤตน้ำท่วมคลี่คลาย เร่งเก็บกวาด เคลียร์พื้นที่ ตั้งโรงครัวเติมพลัง พร้อมแจกแผงโซลาร์แก้ปัญหาไฟเข้าไม่ถึง ส่งกำลังใจถึงมือทุกบ้าน

📢เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 
📍ในนามผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, 
👉นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส พรรคกล้าธรรม และคณะผู้บริหารข้าราชการทั้ง 4 กระทรวง 
📍ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผนึกกำลังลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน Big Cleaning หลังสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่คลี่คลาย
📌โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้นำทีมจัดการยานพาหนะบนพื้นผิวจราจร เนื่องจากมีรถของประชาชนที่นำมาจอดเอาไว้และยังไม่สามารถขยับเคลื่อนออกได้ จากนั้นกรมชลประทานระดมเครื่องจักร เครื่องมือ และรถบรรทุก เข้าดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายบริเวณวงเวียนหน้าหมู่บ้านฉัตรทอง เขต 8 โดยเร่งทำความสะอาด เก็บขยะ และเคลียร์พื้นที่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
📢ร.อ.ธรรมนัส ยังได้ตั้งโรงครัวที่โรงเรียนนานาชาติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน เนื่องจากถึงแม้ว่าน้ำจะลดลงแล้ว แต่ประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนจากสภาพบ้านที่อยู่อาศัยเสียหายอย่างหนัก และในพื้นที่ก็ยังหาอาหารรับประทานได้ยาก รวมถึง
📌โครงสร้างไฟฟ้าภายในบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมจนเสียหาย แม้การไฟฟ้าจะสามารถจ่ายไฟได้ประมาณ 80% แล้ว แต่ปลั๊กไฟ สายไฟ และตู้ไฟภายในบ้านหลายหลังยังใช้งานไม่ได้ ทำให้ประชาชนจำนวนมากยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ร.อ.ธรรมนัส จึงได้นำแผงโซลาร์เซลล์มาแจกจ่ายให้กับประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเรื่องไฟฟ้า
👉ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาการลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจ ได้มีประชาชนกล่าวแสดงความชื่นชมและขอบคุณ พร้อมทั้งขอถ่ายรูปกับ ร.อ.ธรรมนัส เป็นจำนวนมาก

"นิว ฮอลแลนด์"

🔊นิว ฮอลแลนด์ เปิดตัวรถแทรกเตอร์รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 130 ปี ที่งานเกษตรแฟร์ 2568
👉เมื่อ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 – นิว ฮอลแลนด์ เปิดตัวรถแทรกเตอร์รุ่นพิเศษ นิว ฮอลแลนด์ TT3.50 130 ปี ลิมิเต็ดอิดิชัน ในสีพิเศษ Profondo Blue ที่จะมีเพียง 130 คันทั่วไทย อย่างเป็นทางการ ณ บูธของ นิว ฮอลแลนด์  ภายในงานเกษตรแฟร์ กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยงานนี้ถือเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปีของแบรนด์ และเป็นเวทีสำคัญในการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ นิว ฮอลแลนด์ ที่มีต่อชุมชนเกษตรกรรมไทย
📌พิธีเปิดตัวได้รับเกียรติจาก นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการและการแนะนำรถแทรกเตอร์รุ่นสีพิเศษลิมิเต็ดอิดิชันต่อสาธารณชน ภายใต้หัวข้อ: สัญลักษณ์แห่งความร่วมมือกับเกษตรกรไทย
ไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัว รถแทรกเตอร์รุ่นพิเศษ  TT3.50 130 ปี ลิมิเต็ดอิดิชัน อย่างเป็นทางการ โดยรถรุ่นพิเศษนี้ผลิตขึ้นเพื่อจำหน่ายเฉพาะในประเทศไทย และมีจำนวนจำกัดเพียง 130 คัน เท่านั้น เพื่อสะท้อนเจตนารมณ์ในการสืบสานมรดกแห่งความแข็งแกร่งและความเป็นเลิศที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาตลอดหลายทศวรรษ
📍ดีไซน์โดดเด่นของรุ่นนี้มาพร้อมสีน้ำเงินเข้ม (Profondo Blue) เมทัลลิกระดับพรีเมียม ซึ่งโดยปกติใช้กับรุ่นแรงม้าสูงอย่าง T7 HD แต่นำมาประยุกต์กับรถแทรกเตอร์อเนกประสงค์ TT3.50 เป็นครั้งแรก พร้อมการติดลวดลายฉลองการครบรอบ ที่ออกแบบให้ใช้เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น นอกจากนี้ รุ่นลิมิเต็ดดังกล่าวยังมาพร้อมสีสันใหม่สำหรับหลังคา ใบดันหน้า และขอบล้อ ซึ่งสะท้อนถึงความเท่ห์ ทันสมัยและท้าทายยิ่งขึ้น
👉คุณนิรันดร์ ตั้งชูทองชัย ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ซีเอ็นเอช ประเทศไทย กล่าวถึงการเปิดตัวในครั้งนี้ว่า:
📌“เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัวรถแทรกเตอร์ นิว ฮอลแลนด์ TT3.50 130 ปี รุ่นลิมิเต็ด จำนวน 130 คัน ในโทนสีน้ำเงินเข้ม (Profondo Blue) เมทัลลิก ซึ่งเป็นสีที่โดดเด่นและสื่อถึงความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างเราและเกษตรกรไทยมาอย่างยาวนาน โดยรถแทรกเตอร์รุ่นประวัติศาสตร์นี้ซึ่งออกแบบลวดลายพิเศษเฉพาะประเทศไทย สะท้อนรากฐานที่แข็งแกร่ง นวัตกรรม และความเป็นเลิศของ นิว ฮอลแลนด์ ที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และจะคงอยู่เป็นแรงขับเคลื่อนให้เกษตรกรไทยต่อไปในอนาคตครับ
📍การจัดแสดงผลิตภัณฑ์
หลังจากพิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ผู้เข้าร่วมงานได้รับฟังการนำเสนอเชิงลึกเกี่ยวกับคุณสมบัติเด่นและจุดขายสำคัญของรุ่นลิมิเต็ด TT3.50 ก่อนจะปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพและการเดินชมผลิตภัณฑ์ ที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชน พันธมิตรและลูกค้าได้สัมผัสและสำรวจรุ่นพิเศษนี้อย่างใกล้ชิด
นอกจากการเปิดตัวรุ่นลิมิเต็ด TT3.50 แล้ว นิว ฮอลแลนด์ ยังใช้พื้นที่บูธภายในงานเกษตรแฟร์เพื่อนำเสนอเครื่องจักรกลการเกษตรรุ่นต่างๆแบบครบครัน ซึ่งสะท้อนศักยภาพและความเชี่ยวชาญของแบรนด์ที่ตอบโจทย์งานเกษตรหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ รถแทรกเตอร์ TT2.50 สำหรับงานในนาข้าว (50 แรงม้า), ซีรีส์ TT3 ที่แข็งแกร่งทนทาน (42–50 แรงม้า), รวมถึงซีรีส์ TT4 สำหรับงานอเนกประสงค์ (65–90 แรงม้า) และสำหรับงานที่ต้องการกำลังแรงม้าที่สูงขึ้น รวมถึงยังมีการจัดแสดงซีรีส์ T6000 (110–165 แรงม้า) และซีรีส์ T7 (200–240 แรงม้า) อีกด้วย
👉นิว ฮอลแลนด์ เป็นแบรนด์ของบริษัท ซีเอ็นเอช อินดัสเทรียล N.V. (NYSE: ซีเอ็นเอช) บริษัทผู้ให้บริการและผู้ผลิตอุปกรณ์ชั้นนำระดับโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ซีเอ็นเอช ได้ทาง www.cnh.com

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

👉ชป.ลุยตั้งเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำท่วมขัง ช่วยพี่น้องชาวหาดใหญ่

🔊กรมชลประทาน เดินหน้าติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำที่เตรียมพร้อมไว้ก่อนหน้านี้ หลังหลายพื้นที่ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว 
📌เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง ก่อนผลักดันลงสู่ทะเล ตามข้อสั่งการของ นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เพื่อให้พี่น้องชาวหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติในเร็ววัน โดยขณะนี้ได้ติดตั้งและเดินเครื่องสูบน้ำในหลายพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง อาทิ
📍 บ้านโพธิ์หลอด หมู่ 4 ต.บางกล่ำ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา
📍 บ้านท่าช้าง หมู่ 1 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา
📍 ถนนลอดทางรถไฟ ถนนศรีภูวนารถ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
📍 คลองปากแตระ ต.ปากแตระ อ.ระโนด จ.สงขลา
📍 ประตูระบายน้ำคลองพังยาง ต.พังยาง อ.ระโนด จ.สงขลา
📍 ฝายระวะ ต.ระวะ อ.ระโนด จ.สงขลา
📌ทั้งนี้ กรมชลประทาน ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนเครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้มากที่สุด ควบคู่กับการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ 
👉ตามนโยบายของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

📢วช. จัดแข่งขันและมอบรางวัล “หนูน้อยจ้าวเวหา สนามพิเศษ” ยกระดับศักยภาพเยาวชนไทยด้านเทคโนโลยีอากาศยานและโดรน

👉สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ จัดการแข่งขันเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ (รอบพิเศษ) “หนูน้อยจ้าวเวหา Young Pilot Coding Challenge : Special Edition” 
📌เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 66 ปี ณ ลานนิทรรศการหมุนเวียน (วช.8) ชั้น 2 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ 
👉โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนางสาววันทนีย์ เหลืองวิสุทธิ์ศิริ เลขานุการสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ผู้บริหาร และผู้ทรงคุณ (วช.) ร่วมให้กำลังใจและต้อนรับผู้เข้าแข่งขันจากทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26-27 พฤศจิกายน 2568 ณ ลานนิทรรศการหมุนเวียน (วช.8) ชั้น 2 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
📍การแข่งขันครั้งนี้มุ่งส่งเสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และการเขียนโปรแกรม รวมถึงทักษะเชิงลึกด้านการออกแบบอากาศยาน การควบคุมระบบ การวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาเชิงระบบ 
📌โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพผ่านภารกิจที่ท้าทายและซับซ้อน เพื่อพัฒนาทักษะ STEM และสร้างพื้นฐานความเข้าใจเทคโนโลยีอากาศยานสมัยใหม่ รองรับการก้าวสู่เวทีระดับประเทศและนานาชาติในอนาคต มีทีมเยาวชนจากทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 32 ทีม เพื่อชิงรางวัล ทุนการศึกษา และโอกาสศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

📍ภายหลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน (วช.) ได้จัดพิธีมอบรางวัลให้แก่ผู้เข้าแข่งขันที่ทำผลงานโดดเด่น โดยมีผู้บริหาร (วช.) และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับร่วมแสดงความยินดี ผลการแข่งขันประกอบด้วย
-รางวัลชนะเลิศ : ทีม Gifted KC - Fly boys จากโรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์
📌-รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง : ทีมลือคำหาญวารินชำราบ จากโรงเรียนลือคำหาญวารินชำราบ
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง : ทีมพระปฐมวิทยาลัย ทีม 3B จากโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย
-รางวัลชมเชย: ทีม GP-Tech ลือคำหาญ จากโรงเรียนลือคำหาญวารินชำราบ และทีม Gifted KC - มะนาวโจมตี จากโรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์
📍กิจกรรม “หนูน้อยจ้าวเวหา Young Pilot Coding Challenge : Special Edition” นับเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการสร้างกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างแรงบันดาลใจ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะด้านอากาศยานให้แก่เยาวชนไทย พร้อมผลักดันให้ก้าวสู่การเป็นนักพัฒนาด้านอากาศยานและนวัตกรรมดิจิทัลในอนาคต

“NRCT Forum 2025” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา วช. ภายใต้แนวคิด “66 ปี วช. สานพลังองค์ความรู้ เชิดชูคุณค่านักวิจัย ยกระดับอนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม”

📌“NRCT Forum 2025” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา วช. ภายใต้แนวคิด “66 ปี วช. สานพลังองค์ความรู้ เชิดชูคุณค่านักวิจัย ยกระดับอนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม”
👉👉สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน “NRCT Forum 2025” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา (วช.) ครบรอบ 66 ปี ภายใต้แนวคิด “66 ปี วช. สานพลังองค์ความรู้ เชิดชูคุณค่านักวิจัย ยกระดับอนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” 
👉โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน พร้อมปาฐกถาพิเศษเรื่อง “(อว.) กับการขับเคลื่อนประเทศด้วยวิจัยและนวัตกรรม : Research for a Better Thailand” นำเสนอทิศทางการพัฒนาวิจัยและนวัตกรรมของไทยเพื่ออนาคตประเทศอย่างยั่งยืน จากนั้นเป็นการกล่าวแสดงความยินดีในหัวข้อ “(วช.) ในทศวรรษที่ 7 กับอนาคตเพื่อการวิจัยของประเทศ” 
โดย ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ และ นางสาวสุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ที่ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์และความสำคัญของการพัฒนางานวิจัยในยุคใหม่ ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อาคาร วช.1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
📌ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) กล่าวว่า (วช.) มีบทบาทเสมือนเสาหลักในการวางรากฐานการวิจัยของประเทศมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ยุค “สภาวิจัยแห่งชาติ” จนถึง “สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ” ในปัจจุบัน และได้กล่าวชื่นชมผู้บริหารและบุคลากร วช. ทุกท่านในความมุ่งมั่นทุ่มเทในการบริหารจัดการทุนวิจัย การจุดประกายองค์ความรู้ การสร้างนักวิจัย รวมถึงการเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ ตลอดจนขอบคุณนักวิจัยในเครือข่ายระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมทุกท่าน ที่ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานเพื่อการพัฒนาประเทศในหลากหลายมิติ นอกจากนั้น ยังได้กล่าวถึง บทบาทของ (วช.) ในการผลักดันงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ เช่น ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากด้วยวิจัยและนวัตกรรม 
การส่งเสริมการวิจัยเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและสาธารณภัยด้วยนวัตกรรม การส่งเสริมการเคลื่อนย้ายบุคลากรวิจัยสู่ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง (อว.) และรัฐบาลที่ต้องการให้ประเทศไทยก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง โดยการดำเนินงานทั้งหมดนี้ (วช.) ภายใต้กระทรวง (อว.) พร้อมร่วมมือกับเครือข่ายในระบบวิจัย และนักวิจัยทุกท่าน เพื่อขับเคลื่อนพลังด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำไปสู่การสร้าง Better Thailand เพื่อประเทศไทยที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

 🔍 ธุรกิจพืชครบวงจร​  ข้าว​ ขนส่ง​และบริการ​(CPCRT)​ เครือเจริญโภคภัณฑ์​   ขับเคลื่อนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไท...