วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

"กรมการข้าว"

 โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดน อำเภอเชียงคำ และอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา
กรมการข้าวเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดน อำเภอเชียงคำ และอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชาวบ้านในชุมชนอย่างยั่งยืน
นายพรเทพ สีวันนา นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กรมการข้าว เปิดเผยว่า ด้วยสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบแผนแม่บทโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดน
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมติคณะกรรมการนโยบายและอำนวยการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ โดยสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติได้แจ้งให้กองทัพภาคที่ 3 คณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขตกองทัพภาคที่ 3 ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนแม่บทไปสู่การปฏิบัติฯ โดยหารือกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เห็นชอบและแจ้งหน่วยงานในสังกัดได้พิจารณาสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนแม่บทของโครงการฯ

นายพรเทพ สีวันนา นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กรมการข้าว เปิดเผยอีกว่า ในอดีตพื้นที่ตามแนวชายแดนมีความอ่อนไหว ในส่วนของจังหวัดพะเยาโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดน ถือว่าสำคัญที่สุดคือ การสร้างความพอมีพอกิน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชาวบ้านและชุมชน โดยบูรณาการกันหลายภาคส่วน และในส่วนของภาคเกษตร กรมการข้าว โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายมุ่งเน้นให้ชาวบ้านซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความหลากหลาย มีความอ่อนไหว มีการแลกเปลี่ยนทางสินค้าทางการเกษตรและแลกเปลี่ยน
วัฒนธรรมอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น กรมการข้าว จึงเดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานในโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดน ในพื้นที่อำเภอภูซางและอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ สร้างความเข้มแข็งให้ชาวบ้านและชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นการท้าทายในการทำงานของกรมการข้าวอย่างมาก เพราะมีการใช้ภาษาถิ่นส่งผลทำให้การทำงานและการสื่อสารค่อนข้างลำบาก กรมการข้าวจึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างรอบด้านและถ่ายทอดเทคโนโลยีภาคการเกษตร เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารในชุมชนให้เพียงพอ สามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมไปถึงส่งเสริมการปลูกข้าวแบบนาขั้นบันได โดยให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ข้าว อีกทั้งส่งเสริมและสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวแบบเกษตรกรมีส่วนร่วมและสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร ส่งผลให้เกษตรกรผลิตข้าวในพื้นที่โครงการเพียงพอต่อการบริโภคในครัวเรือน ลดพื้นที่การปลูกข้าวไร่แบบหมุนเวียน และอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับการทำแปลงปลูกข้าวแบบนาขั้นได 
ทั้งนี้ ในพื้นที่โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดน อำเภอเชียงคำ และอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา ดำเนินการส่งเสริมการปลูก จำนวน 2 พันธุ์ เป็นพันธุ์ข้าวที่ชาวบ้านนิยมบริโภค ได้แก่ พันธุ์สันป่าตอง 1 
สามารถปลูกได้ทั้งนาขั้นบันไดบนพื้นที่สูงไม่เกิน 700 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และพันธุ์ กข 6 ซึ่งเป็นข้าวที่ชาวบ้านนิยมบริโภค ทั้งนี้ ทั้ง 2 พันธุ์ยังเป็นพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูงอีกด้วย  

"โก โฮลเซลล์"

โก โฮลเซลล์ จัดค็อกเทล ปาร์ตี้ ฉายภาพ ฟู้ด พาราไดซ์
สร้างความประทับใจแก่ เชฟ ผู้ประกอบการร้านอาหาร รับการเปิดสาขา ราไวย์ ภูเก็ต
ปรากฏการณ์การรวมตัวครั้งสำคัญของเหล่าเชฟ ผู้ประกอบการร้านอาหาร ธุรกิจโฮเรก้า กว่า  300 คน ในจังหวัดภูเก็ต ได้เกิดขึ้นแล้วที่   
โก โฮลเซลล์ (GO Wholesale) สาขาราไวย์ ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ทางเลือกใหม่เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล  ที่เปิดบ้านจัดค็อกเทล ปาร์ตี้ แบบเอ็กคลูซีฟ รับการเปิดสาขาอย่างเป็นทางการ
งานนี้คณะผู้บริหาร นำโดย นางสุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจในประเทศไทยและต่างประเทศ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล, 
นายริคาร์โด้ โบอารอตโต้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจเซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ ประเทศไทย  ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ฟู้ด พาราไดซ์” ที่จะพาทุกคนไปค้นพบสรวงสวรรค์แห่งใหม่ที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบอาหารนานาชนิด ทั้ง อาหารสด อาหารแช่แข็ง และสินค้าเพื่อผู้ประกอบการร้านอาหาร ธุรกิจโฮเรก้า ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ตอกย้ำการเป็น House of Fresh แห่งใหม่ในภูเก็ต โดยเชฟมืออาชีพชื่อดังได้นำวัตถุดิบจากโก โฮลเซลล์ มารังสรรค์เป็นเมนูให้รับประทานอย่างอร่อยล้ำ ท่ามกลางเสียงดนตรีสนุกๆ จาก DJ Lalalin ดีเจชื่อดังแห่งภูเก็ต  พร้อมด้วยการจิบค็อกเทลสูตรพิเศษ
สำหรับเมนูอาหาร เรียกได้ว่า ปาร์ตี้นี้มาครบทั้งรสชาติ และไอเดียการสร้างสรรค์เมนูสุดว้าว ไม่ว่าจะเป็น  ขนมปังหน้าไก่ ซาโมซ่าผักทอด ทาร์ตอโวคาโดเนื้อปู หอยแมลงภู่อบชีส มินิเบอร์เกอร์เนื้อ ยำส้มโอกุ้งสด ผลงานของทีมเชฟจากโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ท ภูเก็ต
 
ขาดไม่ได้คือ เมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นชื่อดังของภูเก็ตที่ โก โฮลเซลล์ รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรมาจำหน่ายสร้างรายได้ที่มั่นคง ทั้ง กุ้งมังกรเจ็ดสีจากภูเก็ตกับมูสหอยเชลล์และคีนัว  กะเพรากุ้ง(กุ้งลายเสือ)ย่างมะม่วงและซัลซ่าสับปะรดภูเก็ต 
ผลงานของ เชฟวรพล จินาคม และเชฟ พีรพล อนุสุเรนทร์ จากสมาคมครัวเชฟจิตอาสาและสมาคมพ่อครัวไทยภูเก็ต และยังมี ชีสบอร์ด Jartisann ที่ตกแต่งจากชีสสัญชาติไทย   ผลิตและพัฒนาโดยคนไทยของ 
จารุทัศน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เมนูพล่าวาซาบิไส้กรอกจัมโบ้โกลด์  สลัดไข่เคจฟรีซอสเห็ดทรัฟเฟิลจากเบทาโกร รวมถึง เบเกอรี่ หลากหลายเมนูของโก โฮลเซลล์ เสิร์ฟให้ลิ้มลองรสชาติด้วย     

วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

"ซีพีเอฟ"

ซีพีเอฟ เดินหน้าร่วมกับกรมประมงและโรงงานปลาป่นลงพื้นที่จัดการปลาหมอคางดำแล้ว  เริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม  ชาวประมงในสมุทรสาครมั่นใจปลาหมอคางดำหายไปจากพื้นที่แล้ว 80%  
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เผยหลังเดินหน้าร่วมมือกับกรมประมงและโรงงานปลาป่นดำเนิน 3 ใน 5 โครงการจัดการปลาหมอคางดำ กิจกรรมจับปลา ปล่อยปลาผู้ล่า และการรับซื้อปลาทำปลาป่น เริ่มปรากฏผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมตามแผน ผู้ประกอบการโรงงานปลาป่น และชาวประมงช่วยยืนยันว่าตอนนี้ปลาหมอคางดำในจังหวัดสมุทรสาครลดลง 80% แล้ว จับปลามาขายให้โรงงานได้น้อยลง บริษัทพร้อมดำเนินงานเชิงรุกประสานงานกับประมงในหลายจังหวัดเพื่อหารือทำกิจกรรมตัดวงจรการระบาดอย่างจริงจัง
นายอดิศร์ กฤษณวงศ์ ผู้บริหารสูงสุดงานรัฐกิจและเอกชนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทได้ลงพื้นที่ร่วมมือกับกรมประมงและโรงงานผลิตปลาป่นเร่งนำปลาหมอคางดำออกจากพื้นที่ เดินหน้า 3 ใน 5 โครงการเชิงรุก ประกอบด้วย การสนับสนุนโรงงานปลาป่นรับซื้อปลาจากชาวประมง สนับสนุนกิจกรรมจับปลาของกรมประมงในหลายจังหวัด  และส่งมอบปลาผู้ล่าแก่ประมงจังหวัด โดยเฉพาะ บริษัท ศิริแสงอารำพี จำกัด ผู้ผลิตปลาป่นได้มาตรฐานสากล เปิดรับซื้อปลาหมอคางดำในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาแล้ว 600,000 กิโลกรัม และส่งมอบปลากะพงแล้ว 49,000 ตัวแก่ประมงจังหวัดสมุทรสงครามและจันทบุรี จากการดำเนินการเชิงรุกอย่างรวดเร็วส่งผลให้ปลาหมอคางดำลดลง
บริษัทร่วมมือกับประมงจังหวัดและหน่วยงานในจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา สนับสนุนสำนักงานประมงสมุทรสงครามจัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ไปแล้ว 5 ครั้ง สนับสนุนอุปกรณ์จับปลาและกำลังคนจับปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำพร้อมกับมอบปลากะพงขาวรวม 49,000 ตัวให้ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม และจันทบุรีนำไปปล่อยเป็นปลาผู้ล่าต่อไป รวมทั้งยังได้เร่งประสานงานและหารือกับสำนักงานประมงในพื้นที่เพื่อจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างจริงจังต่อไป
 
“บริษัทได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกภาคส่วน ช่วยให้แผนปฏิบัติการเชิงรุกจัดการปัญหาปลาหมอคางดำ 3 โครงการมีความคืบหน้าตามแผน และเกิดผลจำนวนปลาหมอคางดำลดลงอย่างเป็นรูปธรรม  และขณะนี้มีผู้เชี่ยวชาญและมหาวิทยาลัยเพิ่มเติมหลายแห่งติดต่อเข้ามาแสดงความสนใจร่วมมือศึกษาหาแนวทางการใช้ประโยชน์ และการควบคุมประชากรปลา เชื่อมั่นว่าการดำเนินโครงการจะมีส่วนช่วยเร่งกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ” นายอดิศร์กล่าว  
ด้านนายปรีชา ศิริแสงอารำพี เจ้าของบริษัท ศิริแสงอารำพี จำกัด และประธานบริหารตลาดทะเลไทย กล่าวว่า  โรงงานประกาศรับซื้อปลาหมอคางดำจากชาวประมงในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาโดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากซีพีเอฟ ช่วยรับซื้อปลาหมอคางดำแล้ว 600,000 กิโลกรัม (600 ตัน)   ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป รับซื้อปลาหมอคางดำต่อเนื่องในราคา 15 บาทต่อกิโลกรัมสนองนโยบายรัฐบาล มั่นใจว่าหากมีตลาดรองรับปลาให้ชาวประมง จะช่วยตัดวงจรการแพร่ระบาดในจังหวัดสมุทรสาครได้อย่างมีประสิทธิภาพ  
   
“การมีตลาดรองรับปลาหมอคางดำทุกขนาดในราคาที่ดี เป็นกลไกที่ช่วยสนับสนุนให้ชาวประมงเร่งจับปลาออกจากแหล่งน้ำได้รวดเร็ว และจากการรับซื้อตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาเห็นผลชัดเจนมาก ชาวประมงบอกว่าปริมาณปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำพื้นที่สมุทรสาครลดลง 80% เริ่มจับปลามาขายให้โรงงานได้น้อยลง” นายปรีชากล่าว
 
ซีพีเอฟประกาศนำศักยภาพขององค์กรมาช่วยสนับสนุนและบรูณาการการดำเนินงานของทุกภาคส่วน เพื่อเร่งจัดการการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำในพื้นที่ต่างๆ ผ่าน 5 โครงการเชิงรุก ประกอบด้วย 1)
ทำงานร่วมกับกรมประมงสนับสนุนการรับซื้อปลาหมอคางดำจากทุกจังหวัดทั่วประเทศราคา 15 บาทต่อกิโลกรัม จำนวน 2,000,000 กิโลกรัมนำมาผลิตปลาป่น ปัจจุบันรับซื้อไปแล้ว 600,000 กิโลกรัม 2) ร่วมสนับสนุนภาครัฐและชุมชนปล่อยปลาผู้ล่าลงสู่แหล่งน้ำจำนวน 200,000 ตัว โดยดำเนินการภายใต้แนวทางการปล่อยปลาผู้ล่าของกรมประมง โดยสนับสนุนปลากะพงแล้ว 49,000 ตัว 3)ร่วมสนับสนุนภาครัฐ ชุมชนและภาคประชาสังคมจัดกิจกรรมจับปลา สนับสนุนอุปกรณ์จับปลาและกำลังคนในทุกพื้นที่ 4) การศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากปลาหมอคางดำ โดยมีสถาบันการศึกษาได้ร่วมดำเนินการ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และ 5) ร่วมวิจัยกับผู้เชี่ยวชาญในการหานวัตกรรมหรือแนวทางควบคุมประชากรปลาหมอคางดำ ซึ่งขณะนี้มี ม.เกษตรศาสตร์ และ สจล. ร่วมพัฒนาหาทางหยุดการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของปลาหมอคางดำอย่างยั่งยืนต่อไป


วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

"โก โฮลเซลล์"

โก โฮลเซลล์ ปักหมุดภาคใต้สาขาแรก “ราไวย์” จ.ภูเก็ต แล้ว!
ลุยอาณาจักรค้าส่งวัตถุดิบอาหาร สร้างฟู้ด พาราไดซ์ หนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโต
26 กรกฎาคม 2567 - โก โฮลเซลล์ (GO Wholesale) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ทางเลือกใหม่เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ขยายสาขาสู่ภาคใต้ เปิด “สาขาราไวย์ จ.ภูเก็ต” แล้ววันนี้!  ชูการเป็น “ฟู้ด พาราไดซ์” และสิทธิประโยชน์มากมาย สร้างสีสันรองรับการเติบโตของแหล่งท่องเที่ยวดังระดับโลก โดยมี นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด
นางสุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจในประเทศไทยและต่างประเทศ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า โก โฮลเซลล์ สาขาราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ถือเป็นสาขาแรกที่เปิดให้บริการในภาคใต้ และเป็นสาขาลำดับที่ 8 ของเรา มีพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร ครบครันด้วยสินค้ามากกว่า 10,000 รายการ ชูความเป็น ฟู้ด พาราไดซ์ ที่มีแผนกอาหารสดและอาหารแช่แข็งขนาดใหญ่ ตอกย้ำการเป็น House of Fresh ที่ตอบทุกความต้องการของผู้ประกอบการ เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจังหวัดที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญระดับโลก และยังได้รับการส่งเสริมให้เป็นซอฟท์ พาวเวอร์ด้านอาหารของไทยอีกด้วย
“ภูเก็ต เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ทำให้มีธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม ธุรกิจโฮเรก้า สตรีทฟู้ด ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก กระจายตัวอยู่จำนวนมาก โก โฮลเซลล์ เป็นศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ที่จะเข้ามาช่วยสร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายให้ผู้ประกอบการในย่านราไวย์ จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง ได้ค้นพบทางเลือกใหม่ในการทำธุรกิจให้แตกต่าง ผ่านการส่งมอบประสบการณ์ในระบบสมาชิกที่มีสิทธิประโยชน์มากมายที่มาจาก โก โฮลเซลล์ และบริษัทในเครือให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม” 
นอกจากนี้ โก โฮลเซลล์ ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนสินค้าเกษตร และการสร้างอาชีพที่มั่นคงผ่านการจ้างงานคน โดยกว่า 80% ของพนักงานทั้งหมดในสาขาราไวย์เป็นคนในจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงทั้งสิ้น 
การสนับสนุนเกษตรกรไทย เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชน ด้วยการรับซื้อสินค้าผลิตผลทางการเกษตรในจังหวัด อาทิ กุ้งมังกรเจ็ดสี ปูม้า กุ้งลายเสือ สับปะรดภูเก็ต 
ผักไฮโดรโปนิกส์  รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยมอบถังคัดแยกขยะขนาด 120 ลิตร จำนวน 40 ถัง ให้แก่เทศบาลตำบลราไวย์ เพื่อนำไปวางในแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนสำคัญ 
สำหรับสิทธิประโยชน์ต้อนรับการเปิดสาขาราไวย์ ประกอบด้วย ฟรีคูปองส่วนลดมูลค่า 1,000 บาทเมื่อสมัครสมาชิกใหม่  ซื้อครบ 3,000 บาทรับถุงช้อปปิ้งขนาดใหญ่ ซึ้อครบ 4,500 บาทรับผ้ากันเปื้อนที่มีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึง โปรโมชั่นลดแลกแจกแถมอีกมากมาย
ทั้งนี้  มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2567 ภูเก็ตจะสร้างรายได้จากภาคการท่องเที่ยวสูง ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจภายในจังหวัด โดยเฉพาะร้านอาหาร ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ธุรกิจโฮเรก้า ธุรกิจบริการ รวมถึงร้านสตรีทฟู้ด  ที่ต่างก็ต้องการเตรียมความพร้อมรับโอกาสจากการท่องเที่ยวและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่มีออกมาอย่างต่อเนื่อง


วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

"วีเอนยู"

วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมเสวนาในงาน Horti Agri Next Asia 2025 – On the Move  ในหัวข้อ "เกษตรแห่งอนาคต ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมเพิ่มผลผลิต" 🌾⛏️
.
📅 ในวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม  2567
🕒 ตั้งแต่เวลา 9:30 - 15:00 น. 
📍 ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย - นาเฮียใช้ จังหวัดสุพรรณบุรี 
⚜️ พบกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน ที่จะมาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ที่น่าสนใจในวงการเกษตรและสิ่งแวดล้อม
.
🚜 สนุกสนานไปกับการเยี่ยมชม ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย - นาเฮียใช้ (ช่วงบ่าย)
.
ลงทะเบียนได้เเล้ววันนี้❗❗ เข้าร่วมงานฟรี!! 
แสกน QR CODE ด้านล่างหรือ คลิกที่ลิงก์นี้ ➡️ https://forms.gle/DtBQowhh9wdqhG9M9
.
** จำกัดที่นั่งจำนวน 120 ที่นั่งเท่านั้น และ ปิดลงทะเบียนวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 **
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-1116611 ต่อ 331 (คุณนันท์นลิน)
https://hortiagrinext.com/hanasia
#HortiAgriNextAsia2025 #เกษตรแห่งอนาคต #ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม #เพิ่มผลผลิต #นาเฮียใช้ #สุพรรณบุรี #HANASIA

วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

สร้างสรรค์เมนู"ปลาหมอคางดำ"

“ปลาหมอคางดำ” เมนูสร้างสรรค์ บริโภคได้ในครัวเรือน  
นักวิชาการ ชี้ วิกฤต คือ โอกาส เมื่อปลาหมอคางดำมีมากในแหล่งน้ำ มาร่วมด้วยช่วยกันจับ นำมาทำเมนูเด็ดสำหรับบริโภคในครัวเรือน ช่วยลดปัญหา ช่วยรักษาสมดุลแหล่งน้ำ สร้างคุณค่าให้กับปลา ได้ประโยชน์รอบด้าน  
ผศ.ดร.ภูธฤทธิ์ วิทยาพัฒนานุรักษ์ รักษาศิริ อาจารย์ประจำคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี กล่าวว่า 
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างหนักของ “ปลาหมอคางดำ” ในแหล่งน้ำของไทยขณะนี้ โดยปลาดังกล่าวเป็นปลาต่างถิ่น สามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวด กินทุกอย่างทั้งพืชและสัตว์ เมื่ออยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ จะทำลายระบบนิเวศ รวมถึงเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ ซึ่งทุกภาคส่วนร่วมสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนช่วยกันกำจัดเพื่อควบคุมและลดปริมาณปลา 
โดยนำปลามาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าสูงสุด ซึ่งแนวทางที่มีการแนะนำกันแพร่หลายอยู่ในขณะนี้คือ การนำมาทำเมนูอาหาร ผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น น้ำปลา ข้าวเกรียบ หรือ ปลาป่น ทำปุ๋ยชีวภาพ แต่วิธีที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดสำหรับทุกคน คือ การนำไปทำเป็นอาหารสำหรับบริโภคในครอบครัว
“ปลาหมอคางดำ” แม้เป็นปลาต่างถิ่น แต่สามารถรับประทานได้เหมือนปลาทั่วไป เป็นปลาตระกูลเดียวกันกับปลานิล มีคุณค่าทางโภชนาการ โปรตีนและไขมันเทียบเท่ากับปลานิล โดยคุณค่าทางโภชนาการไม่น้อยหน้าปลาชนิดอื่น ใช้เป็นวัตถุดิบปรุงอาหาร รังสรรค์ได้หลากหลายเมนู 
โดย มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้คิดริเริ่มและจัดทำแผนช่วยลดการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำตั้งแต่เริ่มพบการระบาดในแหล่งน้ำ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มรายได้ให้กับคนในพื้นที่ โดยร่วมกับสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดเพชรบุรี เผยแพร่องค์ความรู้ส่งเสริมการแปรรูปปลาหมอคางดำเพื่อเพิ่มมูลค่า รวมถึงทำงานวิจัยร่วมกันกับชุมชนเพื่อกำจัดปลาดังกล่าว โดยนำเอามาทำเป็นอาหาร ทำให้มีมูลค่าสูงขึ้น มีราคาเพิ่มขึ้น และมีประโยชน์กับประชาชน ซึ่งเป็นอีกวิธีช่วยควบคุมและลดปริมาณปลาหมอคางดำ
ทางมหาวิทยาลัยฯ มีพันธกิจทำงานเพื่อชุมชนและให้องค์ความรู้กับคนในชุมชน สำหรับผลิตภัณฑ์และเมนูที่คัดเลือกมาทำการวิจัยและพัฒนาโดยใช้ปลาหมอคางดำเป็นวัตถุดิบ เพื่อส่งเสริมการบริโภค และนำเสนอชุมชน มีทั้งหมด 20 ผลิตภัณฑ์ อาทิ ลูกชิ้น กรรเชียง ปลาร้าเป็นตัว ปลาร้าผง น้ำซุป น้ำสต๊อก น้ำบูดู น้ำหมักปรุงรส ปลาแดดเดียว ปลาสามรส ปลาสวรรค์ ฯลฯ

สำหรับเมนูที่ชุมชนชื่นชอบและเข้าถึงได้ง่าย คือ “น้ำพริกแห้งปลาหมอคางดำ” และ “ไส้อั่วปลาหมอคางดำ” นอกจากจะเป็นเมนูที่สามารถทำรับประทานได้ในครัวเรือนแล้ว ยังเป็นเมนูส่งเสริมการแปรรูปของคนในชุมชน เพื่อสร้างรายได้เสริมและใช้ประโยชน์จากปลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดย น้ำพริกแห้งปลาหมอคางดำ มีส่งออกสหรัฐอเมริกาด้วย เพราะเก็บได้นาน ต่างชาติชอบกินใช้กินกับขนมปังได้ โดยมหาวิทยาลัยฯ ได้ยื่นจดอนุสิทธิบัตรน้ำพริกแห้งปลาหมอคางดำแล้ว แต่ไม่จดลิขสิทธิ์สำหรับชุมชน

นอกจากนี้ ปลาหมอคางดำ เป็นปลาก้างแข็ง หากนำก้างไปย่อยเป็นแคลเซียม ฟอสฟอรัส จะมีสูงกว่าปลาทั่วไป ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ หากในแง่อุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ในอนาคต สามารถนำไปผลิตเป็นแคลเซียมผง หรือแคลเซียมสำเร็จรูปได้

ผศ.ดร.ภูธฤทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นับตั้งแต่เริ่มการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ได้ลงพื้นที่พาชาวบ้านกินปลาหมอคางดำ ในจังหวัดเพชรบุรี 4-5 พื้นที่ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 5 พื้นที่ โดยชุมชนลงจับปลาหมอคางดำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ อาทิ แม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งเราสามารถทำลายมันได้ด้วยการกิน ดังนั้น จึงอยากเชิญชวนกินปลาหมอคางดำ เพื่อควบคุมและอยู่ร่วมกันกับมันให้ได้./

-------------------------------------


วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

'ซีพี ออลล์ จัดอบรม TIKTOK'

ซีพี ออลล์ จัดอบรม TIKTOK ให้สมาชิกสมาคมสื่อมวลชนเกษตรฯ
วันที่ 19 กรกฎาคม 2567  สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)  ได้จัดกิจกรรมอบรม สร้างคอนเทนต์ให้ปังด้วย TIKTOK 
โดยทีมวิทยากรจาก ศูนย์สื่อสารสร้างสรรค์ ทรีซี(3C) Creative Communication Center สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒณ์  ณ ห้อง B101 ชั้น B อาคารเดอะธารา ถนนแจ้งวัฒนะ

โดยมี คุณเอื้อมพร สิงหกาญจน์ ผู้จัดการทั่วไป สำนักบริหารการสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเปิดการอบรม และ คุณภิญโญ แพงไธสง  นายกสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย  กล่าวขอบคุณ
 “การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาวิชาชีพสื่อมวลชนเพื่อให้ทันกับสถานการณ์และการใช้สื่อที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยมีคุณกานต์ เหมสมิติ กรรมการบริหารสมาคมสื่อมวลชนเกษตรฯ เป็นหัวหน้าโครงการฯ มีผู้เข้าอบรมจำนวน 25 คน 
หัวข้อการการอบรม  เริ่มต้นจากการให้ความรู้เรื่อง เทรนด์ต่างๆบน TIKTOK เทคนิคการเล่าเรื่องให้น่าสนใจ ตัดต่อวีดีโอด้วย CAPCUT ปิดท้ายเรื่องกับการสร้างรายได้จาก TIKTOK
ขอขอบคุณซีพี ออลล์ ที่ให้การสนับสนุนในการจัดกิจกรรมอบรมในครั้งนี้” นายกสมาคมสื่อมวลชนเกษตรฯ กล่าว

"โก โฮลเซลล์"

โก โฮลเซลล์ สนับสนุนการคัดแยกขยะ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม 
ส่งมอบถังขยะให้เทศบาลตำบลราไวย์ วางแหล่งท่องเที่ยว-ชุมชนสำคัญ
โก โฮลเซลล์ (GO Wholesale) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ทางเลือกใหม่เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้านโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ผลักดันการแยกขยะก่อนทิ้งตั้งแต่ต้นทางในพื้นที่เทศบาลตำบลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต 
โดย นางสาวพรจารี วิศิษฏ์กุล ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายปฏิบัติการ พร้อมด้วย พนักงาน โก โฮลเซลล์ สาขาราไวย์ ได้นำถังคัดแยกขยะขนาด 120 ลิตร ส่งมอบให้แก่เทศบาลตำบลราไวย์ โดยมี นายนิกร ปภากิจยศพัฒน์ รองนายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ เป็นผู้รับมอบ 
สำหรับถังคัดแยกขยะที่สนับสนุนโดย โก โฮลเซลล์  ทางเทศบาลตำบลราไวย์ จะนำไปวางในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและชุมชนต่างๆ ประกอบด้วย ท่าเทียบเรือราไวย์ แหลมพรมเทพ หาดยะนุ้ย หาดในหาน มัสยิดนูรุดนียะห์บ้านบางคณฑี(บน) วัดราไวย์ เกาะกลางหนองน้ำในหาน ลานออกกำลังกายในหาน และเทศบาลตำบลราไวย์ เพื่อรณรงค์ส่งเสริมพฤติกรรมการแยกขยะให้ถูกต้อง ซึ่งแต่ละจุดจะมีถังคัดแยก 4 ประเภท 
ได้แก่ ถังขยะย่อยสลาย(สีเขียว) สำหรับขยะที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ เช่น เศษอาหาร กิ่งไม้ มูลสัตว์ ถังขยะทั่วไป(สีน้ำเงิน) สำหรับขยะทั่วไป ที่ย่อยสลายได้ยาก แต่ไม่มีพิษ เช่น โฟม ฟอยล์ ถุงพลาสติก ซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ถังขยะรีไซเคิล(สีเหลือง) 
สำหรับขยะที่นำกลับมาผลิตเพื่อใช้ใหม่ได้อีกครั้ง เช่น กระดาษ แก้ว พลาสติก โลหะ และ ถังขยะอันตราย (สีแดง) สำหรับขยะอันตรายที่มีการปนเปื้อนสารเคมีมีอันตรายต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม เช่น ถ่านไฟฉาย หลอดไฟ ขวดพลาสติกบรรจุสารเคมี กระป๋องสเปรย์ ยาฆ่าแมลง ทั้งนี้ ภูเก็ตมีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นถึง 967 ตันต่อวัน (ปี 2566)   
ปัจจุบัน โก โฮลเซลล์ มีสาขา 7 แห่ง ประกอบด้วย ศรีนครินทร์ เชียงใหม่ อมตะชลบุรี พัทยาใต้ พระราม 2 รังสิต และ รามคำแหง โดยในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ จะเปิดสาขาราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นสาขาลำดับที่ 8  

วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

"โก โฮเซลล์"

ชาวภูเก็ต พร้อมยัง! โก โฮลเซลล์ เปิดสาขาราไวย์ 26 ก.ค.นี้
สร้างทางเลือกใหม่ ปลุกกำลังซื้อผู้ประกอบการร้านอาหาร สะเทือนทั้งเกาะ  
โก โฮลเซลล์ (GO Wholesale) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร จุดหมายใหม่เพื่อผู้ประกอบการ ในเครือ เซ็นทรัล รีเทล พร้อมลงพื้นที่ภาคใต้ เปิดสาขาใหม่แห่งแรกในจังหวัดภูเก็ต “โก โฮลเซลล์ สาขาราไวย์”  รุกแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก รองรับการขยายตัวของเมืองและธุรกิจท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวตอบรับความต้องการของทุกกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านอาหาร ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ที่ต้องการวัตถุดิบและสินค้าคุณภาพดี เพื่อนำไปต่อยอดสร้างเมนู เพิ่มรายได้ 

26 กรกฎาคมนี้ เชิญผู้ประกอบการทั้งร้านอาหาร โชห่วย และนักท่องเที่ยว หรือลูกค้าทั่วไป มาร่วมตื่นตากับอาณาจักรค้าส่งวัตถุดิบอาหารสุดว้าว พร้อมพบโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม แบบเซอร์ไพรส์! สะเทือนทั้งเกาะ ที่ โก โฮลเซลล์ สาขาภูเก็ต ราไวย์ ถนนวิเศษ !

 🔍 ธุรกิจพืชครบวงจร​  ข้าว​ ขนส่ง​และบริการ​(CPCRT)​ เครือเจริญโภคภัณฑ์​   ขับเคลื่อนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไท...