วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2567

"โก โฮล เซลล์ (Go Wholesale)"

3 เมษายนนี้ ย่านรังสิตจะเปลี่ยนไป!
3 เมษายนนี้ ย่านรังสิตจะเปลี่ยนไป
เช้าวันที่ 3 เมษายนนี้  โก โฮลเซลล์ (GO Wholesale) สาขารังสิต จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วนะ!  โดยผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี จะเป็นประธานในพิธีเปิด ทั้งนี้ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล อยากเชิญชวนผู้ประกอบการทั้งร้านอาหาร โชห่วย และคนทั่วไป ในย่านดังกล่าวและใกล้เคียง มาร่วมต้อนรับสาขาใหม่ ที่จะเป็นอีกหนึ่งอาณาจักรค้าส่งวัตถุดิบอาหารสำหรับผู้ประกอบการ ที่น่าจับตามองในโซนเหนือของกรุงเทพฯ ขอเชิญชม ชิม ช็อป สินค้านานาชนิดที่จะสร้างโอกาสทางธุรกิจและเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ทุกคน พร้อมสิทธิประโยชน์แรกเข้า และโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม แบบฉ่ำๆ  10.00 น. พบกัน!!! พิกัดสาขาตั้งอยู่ใกล้ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต

"กรมปศุสัตว์"

อธิบดีปศุสัตว์พบเอกอัครราชทูตทูตจีน หารือเปิดตลาดส่งออกโคมีชีวิต
อธิบดีกรมปศุสัตว์เข้าพบเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อหารือความคืบหน้าความร่วมมือการเปิดตลาดโคมีชีวิตและผลิตภัณฑ์ของไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้แนวทางการจัดทำพื้นที่ปลอดโรค (Regionalization) หวังสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคไทยเป็นอย่างมาก
นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์และคณะ เข้าพบหารือกับนายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ณ สถานทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อขอคำปรึกษาและหารือความคืบหน้าเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการขอเปิดตลาดการส่งออกโคมีชีวิตและผลิตภัณฑ์จากไทยไปจีน ภายใต้แนวทางการจัดทำพื้นที่ปลอดโรค (Regionalization) ซึ่งเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย ได้แจ้งให้ทราบว่าหน่วยงาน GACC ปักกิ่ง ได้รับเอกสารเกี่ยวกับการจัดทำพื้นที่ปลอดโรคที่กรมปศุสัตว์จัดส่งไปแล้ว และอยู่ในระหว่างที่ผู้เชี่ยวชาญของจีน     ทำการพิจารณาเอกสารดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ในการพิจารณา พร้อมยืนยันว่า จะติดตามประเด็นความร่วมมือนี้อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้แจ้งเอกอัครราชทูตจีนว่า เร็วๆนี้ จะนำคณะไปเยือนมณฑลยูนนานเพื่อสำรวจเส้นทางส่งออกและธุรกิจการค้าโคมีชีวิตรวมถึงเยี่ยมคารวะและหารือรายละเอียดมาตรการการนำเข้าโคมีชีวิตกับสำนักงานศุลกากรคุนหมิง สำนักงานเกษตรยูนนาน และสำนักงานพาณิชย์ยูนนาน โดยเอกอัครราชทูตจีนเห็นด้วยและพร้อมสนับสนุน เนื่องจากจะแสดงให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจีนตระหนักถึงความตั้งใจในการขับเคลื่อนการค้าโคมีชีวิตไทย-จีนของกรมปศุสัตว์และรัฐบาลไทย 
ทั้งนี้การขับเคลื่อนการผลักดันการส่งออกโคมีชีวิตและผลิตภัณฑ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์รับสนองนโยบายของรัฐบาลซึ่งจัดทำแผนยกระดับมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคระบาดและนโยบายในการเตรียมตัวส่งออกโค มีชีวิต ผ่านการรับรองคุณภาพ “ปลอดโรคปลอดภัย” เพื่อสร้างหลักประกันและความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้าว่า สินค้า  ปศุสัตว์ไทยปราศจากโรค พร้อมกันนี้เร่งเดินหน้าเปิดตลาดใหม่ๆ เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศในตลาดที่มีกำลังซื้อสูง เพื่อให้ผู้เลี้ยงโคสามารถเติบโตในอาชีพได้อย่างยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้นอีกด้วย 
ทั้งนี้ ในปี 2566 มูลค่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์และอาหารสัตว์เลี้ยงไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน มีมูลค่าประมาณ 19,224 ล้านบาท โดย เป็นสินค้ากลุ่มเนื้อสัตว์ปีกแช่แข็ง ประมาณ 16,917 ล้านบาท สินค้าอื่นๆ เช่น กลุ่มนมและผลิตภัณฑ์ น้ำผึ้ง และรังนกรวม 1,015 ล้านบาท ส่วนกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง 1,292 ล้านบาท
***********************************************************

วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2567

สสท.

สสจ.เชียงใหม่ระดมสหกรณ์ ติวเข้มการบริหารงานภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(วันที่ 28 มีนาคม 67)นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ประธานฯ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย (สสท.) บรรยายพิเศษให้ความรู้ในโครงการจัดอบรม หลักสูตร "รอบรู้การบริหารงานสหกรณ์ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง" ซึ่งสันนิบาตสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ (สสจ.) 
จัดขึ้น ณ ห้องสันพระเนตร โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายเอกบดี จันภักษานนท์ ผู้แทนสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการเปิดอบรมและบรรยายนโยบายของกรมส่งเสริมสหกรณ์ แขกผู้มีเกียรติ ประกอบด้วยนายประภาส งามสงวน กรรมการ สสท.,นางสาวอรนุช กันภัย รองผู้อำนวยการ สสท. ผู้แทนจากหน่วยงานราชการ และมีสหกรณ์ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 120 คน พร้อมกันนี้ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย มอบเงินอุดหนุนการจัดโครงการ จำนวน 70,000 บาท
นางสุพัตรา ศรีเทพ ประธาน สสจ.เชียงใหม่ เปิดเผยถึงเป้าหมายในการจัดอบรม หลักสูตร "รอบรู้การบริหารงานสหกรณ์ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง" ว่า ต้องการให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในการบริหารจัดการสหกรณ์ การปฏิบัติตามระเบียบคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ พระราชบัญญัติสหกรณ์ รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยว 
ข้องอื่นๆให้คณะกรรมการและฝ่ายจัดการบริหารจัดการงานสหกรณ์ได้อย่างมืออาชีพ 
ประธานฯ สสท. กล่าวว่า สหกรณ์เป็นองค์กรภาคประชาชน ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยมีคณะกรรมการและฝ่ายจัดการเป็นผู้บริหารงาน ตลอดจนการทำนิติกรรมสัญญาต่างๆ จึงต้องรอบรู้การบริหารงานสหกรณ์ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่นระเบียบคำสั่งนายทะเบียน พระราชบัญญัติสหกรณ์ หรือแม้กระทั่งบันทึกรายงานการประชุมที่มีผลตามกฎหมาย,การทำนิติกรรมสัญญา หลักทรัพย์ที่ใช้ค้ำประกัน การจำนำ จำนอง เป็นต้น 
หากบุคลากรสหกรณ์มีความรอบรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานสหกรณ์นอกจากจะเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานยังเป็นตัวป้องกันความเสี่ยงและการทุจิตที่จะสร้างความเสียหายต่อสหกรณ์ในอนาคตได้อีกด้วย

กรมชลประทาน

กรมชลประทาน กางแผนปรับระบบชลประทานแม่กลองใหญ่ฝั่งซ้าย 2.7 ล้านไร่

กรมชลประทาน เผยโครงการศึกษาความเหมาะสมปรับปรุงระบบชลประทานแม่กลองใหญ่ฝั่งซ้าย 8 โครงการ พร้อมการแผนปรับระบบคลุมพื้นที่กว่า 2.7 ล้านไร่ ทั้งส่งน้ำ-ระบายน้ำ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชนชนทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง
นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กล่าวว่า โครงการชลประทานแม่กลองใหญ่ เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาลุ่มน้ำแม่กลอง เริ่มดำเนินการเมื่อปี พ.ศ.2506 และก่อสร้างแล้วเสร็จปี พ.ศ.2533 ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด แบ่งพื้นที่เป็น 10 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา ฝั่งขวา 2 โครงการ ฝั่งซ้าย 8 โครงการ พื้นที่ชลประทานรวมประมาณ 3.2 ล้านไร่ และจากการใช้งานโครงการมาแล้วหลายสิบปี ทำให้บริบทการใช้น้ำเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อาคารชลประทานต่างๆ ชำรุดเสียหาย ไม่สามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างเต็มที่ 
กรมชลประทานจึงมอบหมายให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ทำการศึกษาความเหมาะสมปรับปรุงระบบชลประทานแม่กลองใหญ่ฝั่งซ้าย 8 โครงการ และโครงการท่าล้อ-อู่ทอง โดยพื้นที่ศึกษาปรับปรุงโครงการรวมกว่า 2.7 ล้านไร่ ด้วยระยะเวลาการศึกษา 720 วัน
โดยผลการศึกษาความเหมาะสมปรับปรุงโครงการมีประเด็นสำคัญ ดังนี้ 
1.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพนมทวน ปัญหาหลักคือน้ำไหลไม่ถึงปลายคลองหรือได้รับน้ำไม่ทันกับรอบเวรการส่งน้ำ เนื่องจากระบบคลองส่งน้ำที่ค่อนข้างยาว การปรับปรุงที่สำคัญ เช่น ขยายหน้าตัดคลอง ก่อสร้างระบบชลประทานแบบสำรองน้ำกลางคืน ปรับปรุง/ก่อสร้างอาคารบังคับน้ำปรับปรุงและขุดลอกคลองระบายน้ำ 
2.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสองพี่น้อง พบปัญหาหลัก คือปัญหาน้ำท่วมบ่อย เฉลี่ยปีละกว่า 86,000 ไร่ ไม่มีคันกั้นน้ำริมคลองสองพี่น้อง คันคลองระบายน้ำต่ำ ไม่สามารถระบายน้ำช่วงน้ำหลากได้เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำนครชัยศรีสูง การปรับปรุงที่สำคัญ เช่น ก่อสร้างคันกั้นน้ำฝั่งขวาริมคลองสองพี่น้อง การก่อสร้างปรับปรุงอาคารบังคับน้ำและระบบสูบระบายน้ำริมแม่น้ำนครชัยศรี 
3.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางเลน เป็นโครงการที่มีปัญหาน้ำท่วมมากที่สุด เฉลี่ยปีละกว่า 126,000 ไร่ คันกั้นน้ำริมแม่น้ำนครชัยศรีไม่สมบูรณ์และมีระดับต่ำ ไม่สามารถระบายน้ำได้ช่วงน้ำหลาก เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำนครชัยศรีสูง ส่งน้ำไม่ถึงปลายคลอง การปรับปรุงที่สำคัญ เช่น ปรับปรุงโดยก่อสร้างคันกั้นน้ำให้สมบูรณ์ ก่อสร้างอาคารบังคับน้ำและระบบสูบระบายน้ำริมแม่น้ำนครชัยศรี ปรับปรุงคลองส่งน้ำและอาคารประกอบที่ส่งน้ำไม่ถึงปลายคลอง 
4.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากำแพงแสน พบปัญหาปลายคลองส่งน้ำส่วนใหญ่ตัน ไม่เชื่อมกับคลองระบายน้ำ ไม่มีอาคารบังคับน้ำปากคลอง1ขวา-1ซ้าย-5ซ้าย , คลอง 4ซ้ายส่งน้ำไม่ถึงปลายคลอง และปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มติดกับแม่น้ำนครชัยศรี ทำการปรับปรุงโดยปรับปรุงคลองส่งน้ำ คลองระบายน้ำและอาคารประกอบ เสริมระดับคันคลองระบายน้ำและก่อสร้างระบบสูบระบายน้ำริมแม่น้ำนครชัยศรี
5.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครปฐม พบปัญหาการระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำท่าจีน และบริเวณชุมชนเมืองนครปฐม การขาดแคลนน้ำชลประทานบริเวณคลองจินดาในปีที่น้ำเค็มรุกตัวสูงในแม่น้ำท่าจีน คลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้ายยังเป็นคลองดินบางช่วง และดาดคอนกรีตชำรุดบางช่วง เป็นต้น การปรับปรุงที่สำคัญ เช่น ก่อสร้างอาคารบังคับน้ำและระบบสูบระบายน้ำปากคลองระบายลงสู่แม่น้ำท่าจีน การปรับปรุงระบบส่งน้ำเพื่อนำน้ำจืดไปให้พื้นที่คลองจินดาช่วงน้ำเค็มรุกตัวสูงในแม่น้ำท่าจีน การปรับปรุงและซ่อมแซมคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย 6.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครชุม พบปัญหาการกระจายน้ำไม่ทั่วถึง ปัญหาน้ำเสียในคลอง ที่เกิดจากชุมชนเมืองและจากการทำปศุสัตว์ในพื้นที่โครงการ และปัญหาน้ำท่วมขังเนื่องจากทางระบายน้ำเดิมถูกบุกรุก แนวทางแก้ไขที่สำคัญ เช่น เพิ่มระดับน้ำในคลองให้สูงขึ้น ขยายหน้าตัดคลอง ก่อสร้างระบบชลประทานแบบสำรองน้ำกลางคืน ปรับปรุงและก่อสร้างอาคารบังคับน้ำ ขุดลอกบ่อยืมข้างคลอง 
7.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาราชบุรีฝั่งซ้าย ประสบปัญหาการส่งน้ำไปปลายคลองได้ปริมาณน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำ เนื่องจากคลองส่งน้ำ 11L-LMC มีผู้ใช้น้ำเพื่อการเกษตรและผลิตน้ำประปาของการประปาภูมิภาค ปลายคลองส่งน้ำเป็นคลองดินมีการรั่วซึมสูงและมีวัชพืชปกคลุมทำให้น้ำไหลไม่สะดวก แนวทางแก้ไขที่สำคัญ เช่น ปรับปรุงคลองส่งน้ำ ก่อสร้างสถานีสูบน้ำ ก่อสร้างประตูระบายน้ำ ปรับปรุงคลองระบายน้ำรางเตาอิฐ 
8.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาดำเนินสะดวก พบปัญหาอาคารควบคุมน้ำชำรุด ทำให้ไม่สามารถควบคุมการไหลของน้ำในโครงการทั้งระบบได้ สภาพท้องคลองสูงต่ำไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน การรุกตัวของน้ำเค็ม การปล่อยน้ำเสียจากกิจกรรมการทำประมงลงสู่คลองระบายน้ำ การปรับปรุงที่สำคัญ เช่นก่อสร้าง/ปรับปรุงอาคารบังคับน้ำ ขุดลอกคลอง และสำหรับโครงการท่าล้อ-อู่ทอง จากคลองท่าล้อ-อู่ทอง มีแนวกีดขวางการระบายน้ำตามธรรมชาติ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมและปลายคลองไม่เชื่อมกับคลองระบายน้ำ ระบบสูบน้ำและส่งน้ำชลประทานชำรุดเสียหาย และยังก่อสร้างไม่ครอบคลุม การปรับปรุงที่สำคัญ เช่น การปรับปรุงระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมริมและปลายคลองท่าล้อ-อู่ทอง ปรับปรุงซ่อมแซมและขยายระบบสูบและส่งน้ำชลประทาน รวมทั้งพัฒนาระบบสูบน้ำชลประทานด้วยไฟฟ้าที่มีศักยภาพอีกประมาณกว่า 84,000 ไร่
นายสุรชาติ กล่าวว่า ว่าโครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการชลประทานแม่กลองใหญ่ฝั่งซ้ายทั้ง 8 โครงการ และโครงการท่าล้อ-อู่ทอง ได้รับฟังความคิดเห็นพร้อมข้อเสนอแนะในการปรับปรุงโครงการตลอดระยะเวลาการศึกษา รวมประชุมรับฟังความคิดเห็น 4 ครั้ง ซึ่งการประชุมครั้งที่ 4 อยู่ในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากำแพงแสน และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครปฐม 
โดยผลการศึกษามีความเหมาะสมตามหลักวิชาการ เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคม และเป็นที่ยอมรับของผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ ซึ่งกรมชลประทานจะนำผลการศึกษานี้ไปดำเนินการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ พร้อมทั้งจะบริหารจัดการน้ำ โดยให้ทุกภาคส่วนได้รับน้ำที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

"โก โฮล เซลล์ "

ผักสลัดนี้มีความหมาย ที่ “โก โฮลเซลล์ สาขารังสิต” 
ผลผลิตสร้างโอกาส เพิ่มทักษะ ส่งเสริมผู้บกพร่องทางสติปัญญา
 
ใครจะรู้ว่า ผักสลัดหนึ่งต้น จะมีความหมายกับน้องๆ ผู้บกพร่องทางสติปัญญา ในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพราชานุกูล (บางพูน) จ.ปทุมธานี มากกว่า การเป็นผักคุณภาพดี ปลอดภัย รับประทานอร่อย
เพราะนี่คือ ผลผลิตที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมการปลูกผักที่ทำให้น้องๆ ได้ฝึกการดำรงชีวิต ทักษะอาชีพ เพื่อลดภาระของครอบครัว 
“การปลูกผัก อาจจะดูง่ายสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับผู้บกพร่องทางสติปัญญา เป็นเรื่องที่ยากมาก” 
นางสาววรรณนภา เปรมปรีดา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพราชานุกูล (บางพูน)  จ.ปทุมธานี บอกเล่า

“ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพราชานุกูล (บางพูน) จะรับดูแลผู้บกพร่องทางสติปัญญา วัยรุ่น ที่มีอายุตั้งแต่ 15-35 ปี ด้วยกระบวนการพยาบาลและโปรแกรมบางพูนโมเดล ที่พัฒนาขึ้นเพื่อฝึกทักษะต่างๆ ให้น้องๆ มีศักยภาพในการดำรงชีวิตและอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ โดยไม่เป็นภาระแก่ครอบครัว”
กิจกรรมปลูกผัก นับเป็น โมเดล ที่ศูนย์ฯ นำมาใช้ในการฝึกทักษะเพื่อเตรียมความพร้อมและส่งต่อน้องๆ กลุ่มนี้เข้าระบบการทำงานตามมาตรา 33 หรือ มาตรา  35 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 ซึ่งจะทำให้พวกเขามีอาชีพและรายได้ โดยเรียกโมเดลนี้ว่า “บางพูนโมเดล” ซึ่งมีบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ AIS สนับสนุนเทคโนโลยีการปลูกผักด้วย AIS iFarm และ โก โฮลเซลล์ (GO Wholesale) เข้ามาช่วยพัฒนาองค์ความรู้ในการปลูกผักสลัดที่ตลาดมีความต้องการ พร้อมรับซื้อผลผลิตมาจำหน่ายยังสาขา 
“เราจะฝึกทักษะให้น้องๆ สามารถดำรงชีวิตขั้นซับซ้อน เช่น การหุงข้าวด้วยหม้อไฟฟ้า ซักผ้าด้วยเครื่อง การใช้เงินซื้อของ กวาดพื้น ถูพื้น เพื่อให้น้องๆ ได้ฝึกการใช้ชีวิตประจำวันกับครอบครัว ควบคู่ไปกับการปลูกผักสลัด ที่เป็นกิจกรรมที่สร้างสมาธิ  ทำให้น้องๆ จดจ่ออยู่กับงานที่ทำ มีความอดทน ซึ่งเป็นการเตรียมทักษะพื้นฐานการทำงาน”
หัวใจสำคัญของการฝึกทักษะของบางพูนโมเดลคือ “การทำซ้ำๆ ทำบ่อยๆ” จนกระทั่งน้องๆ เกิดความเข้าใจและรับรู้ว่าเป็นหน้าที่ ที่ต้องปฏิบัติเป็นประจำ และเมื่อพวกเขาออกไปใช้ชีวิตภายนอก พวกเขาก็จะสามารถช่วยเหลือตัวเองไม่เป็นภาระของครอบครัว

น้องๆ ที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพราชานุกูล (บางพูน) จะลงมือปฏิบัติเริ่มต้นตั้งแต่ การเพาะเมล็ดผักสลัด อาทิ ฟินเลย์ กรีนคอส กรีนโอ๊ค นำต้นกล้าลงแปลงปลูก รดน้ำ เก็บล้างทำความสะอาด และบรรจุถุง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับผู้บกพร่องทางสติปัญญา  และเมื่อเขาทำได้ น้องๆ จะเกิดความภาคภูมิใจในการทำงานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จ 
นางสาววรรณนภา กล่าวอีกว่า “หลังจากเก็บผักสลัดแล้ว น้องๆ จะมาช่วยกันแพ็คผักใส่ถุง แปะสติ๊กเกอร์สีเหลืองบางพูน โมเดล และแช่ตู้เย็นไว้ เตรียมส่งให้กับทาง โก โฮลเซลล์ สัปดาห์ละครั้ง ประมาณ 100 ถุง หรือเฉลี่ย 20-30 กิโลกรัมต่อครั้ง แม้จะไม่มาก แต่นี่คือ  โอกาสสำคัญ ของเด็กๆ กลุ่มนี้”

ผักสลัดทุกถุง ของน้องๆ จากศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพราชานุกูล (บางพูน) จังหวัดปทุมธานี จะวางจำหน่ายที่แผนกผักสด ณ  “โก โฮลเซลล์ สาขารังสิต” ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน นี้เป็นต้นไป โดยสังเกตสติ๊กเกอร์สีเหลืองลวดลายการ์ตูนเด็ก พิมพ์ “บางพูน เกษตรปลอดภัย By Bangpoon Model” เป็นสัญลักษณ์ ซึ่งแม้จำนวนผักจากฝีมือน้องๆ จะมีไม่มาก แต่นี่จะเป็นไอเท็มสำคัญที่หลายคนตามหา 

มาร่วมตามหาไอเท็มแห่งโอกาส เพื่อช่วยกันมอบโอกาส กับน้องๆ กลุ่มนี้กันเถอะ 

วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2567

สถาบัน UIPM

ดร.พีรวัฒน์ เทพสุวรรณ (ดร.บิ๊ก) เจ้าของธุรกิจ ข้าวแกงใต้ชาววัง ควงภรรยา  ดร.ศิริพงษ์ พงศ์อารีย์ (ดร.เก่ง) รับปริญญากิตติมศักดิ์ จากสถาบัน UIPM พร้อมนำความรู้ต่อยอดธุรกิจ
สถาบันการจัดการมืออาชีพสากล  Universal institute of Professional Management UIPM 
ได้จัดพิธีมอบปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์ ให้กับผู้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานต่างๆ 
รวมถึงผู้ที่มีผลงานการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์จับต้องได้ หรือเป็นนวัตกรรมทางสังคม มีผลงานและองค์ความรู้ที่สามารถถ่ายทอดได้ สำหรับปีนี้มีผู้เข้ารับปริญญากิตติมศักดิ์ จำนวน 8 คน 
ดร.พีรวัฒน์ เทพสุวรรณ (ดร.บิ๊ก) เจ้าของธุรกิจข้าวแกงใต้ชาววัง Thai Curry Express  ข้าวแกงใต้ออลซีซั่น ,ข้าวแกงใต้ชาววัง ชาก๋ง ชาไทย ชาร้อยปี และยังมีธุรกิจกล้วยทอดที่จำหน่ายในปั้มบางจาก หนึ่งในนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ 
Professional Honorary Doctorate Degree in Strategic Partnership and Participative Business Management ในปีนี้ เปิดเผยว่า เป็นโอกาสอันดีที่ทาง UIPM ได้มอบปริญญาบัตรให้ในครั้งนี้ ที่จะได้นำความรู้ ความสามารถไปพัฒนาธุรกิจให้ดีขึ้นได้ 
การเรียนรู้ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยพัฒนาธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ให้ประสบความสำเร็จได้ สำหรับธุรกิจร้านข้าวแกงใต้ชาววัง ชาก๋ง ชาไทย ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  
โดยได้ร่วมมือกับปั้มบางจาก อินทนิล ที่อนาคตจะมีเพิ่มขึ้นอีกหลายสาขา  รวมทั้งธุรกิจแฟรนไชน์ข้าวแกงไทย ที่กำลังศึกษาช่องทางธุรกิจให้เติบโตทั้งในและต่างประเทศ 
ส่วนความรู้ที่ได้จากสถาบัน UIPM ก็ได้นำความรู้ ประสบการณ์ไปเพิ่มศักยภาพด้านธุรกิจให้แข็งแกร่งมากขึ้น 
ทางด้าน

ดร.ศิริพงศ์ พงศ์อารีย์  กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ UIPM ได้มอบปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์ Professional Honorary Doctorate Degree in Collaborative Logistics Strategy and Adminstration ให้ สำหรับปริญญาบัตรนี้ เป็นเครื่องหมายที่สร้างความเชื่อมั่นให้การทำงานได้เป็นอย่างดี จะได้นำความรู้ ความสามารถไปต่อยอดในอาชีพที่ทำอยู่  
โดยเฉพาะธุรกิจโลจิสติกส์ที่ปัจจุบันมีความสำคัญในการพัฒนาประเทศ การขนส่งสินค้า ยังเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาให้มีความรวดเร็ว ทั้งระบบและมาตรฐานเชื่อมโยงสู่ตลาดสากลให้ได้ดียิ่งขึ้น 
"การได้รับปริญญาบัตรในครั้งนี้ เป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆให้กับตัวเอง ถือเป็นรางวัลกับความเหน็ดเหนื่อยที่ผ่านมา คุ้มค่ากับการได้รับความรู้ ความสามารถที่จะนำเข้าไปจัดการธุรกิจของตัวเองให้ดียิ่งขึ้นต่อไปได้ ทั้งธุรกิจโลจิสติกส์และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของครอบครัวต่อไป"
ทั้งนี้ สถาบันการจัดการมืออาชีพสากล  Universal institute of Professional Management UIPM ได้จัดมอบปริญญาบัตรให้กับนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในทุกๆปี 
ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ นักธุรกิจ ครู อาจารย์ ให้มีความเข้มแข็งด้านความรู้ในด้านต่างๆให้ดียิ่งขึ้น และเป็นสถาบันที่ได้รับการรับรองจาก องค์การสหประชาชาติ 

 🔍 ธุรกิจพืชครบวงจร​  ข้าว​ ขนส่ง​และบริการ​(CPCRT)​ เครือเจริญโภคภัณฑ์​   ขับเคลื่อนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไท...